ความช่วยเหลือตามพระสัญญา

แต่​บัด​นี้ ยา​โคบ​เอ๋ย พระ​ยาห์​เวห์​ผู้​ทรง​สร้าง​ท่าน  อิส​รา​เอล​เอ๋ย พระ​องค์​ผู้​ทรง​ปั้น​ท่าน​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า “อย่า​กลัว​เลย เพราะ​เรา​ได้​ไถ่​เจ้า​แล้ว”  อิสยาห์ 43:1. ทุกๆ อุปสรรคของประชากรของพระเจ้าจะสามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยการเปิดเผยโดยพระวจนะของพระองค์  และการดำเนินไปอย่างเรียบง่าย  “พระเจ้าตรัสว่า”  นี่คือแสงสว่างแห่งความจริงที่ฉายส่องเข้ามาในโลกแห่งความมืดมิดและผู้คนที่ยังหลงอยู่ในทางแห่งความมืดนั้น  ชีวิตแห่งความจริงของพระเจ้านั้นจะเป็นชีวิตที่ตรงกันข้ามกับความผิดบาปทั้งปวง  เราประกาศข่าวประเสริฐว่าเรามีพระผู้ช่วยให้รอดผู้ซึ่งได้ประทานชีวิตของพระองค์เองให้แก่ผู้เชื่อทุกคน  และในพระองค์นั้นจะไม่มีการปรับโทษจะมีแต่ชีวิตนิรันดร์ อย่างไรก็ดีอุปสรรที่ขัดขวางงานของพระเจ้ามิให้ก้าวหน้าไปนั้นก็ยังคงปรากฏอยู่  แต่เราไม่ต้องหวาดกลัวเพราะพระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพ  และทรงเป็นพระเจ้าผู้ที่สุภาพทรงเป็นผู้เลี้ยงแกะที่อ่อนโยนที่สุด  ไม่มีสิ่งใดที่จะมาขัดขวางงานของพระองค์ได้  ฤทธานุภาพของพระองค์นั้นแน่นอนและพระสัญญาของพระองค์ก็จะไม่หายไปจากประชากรของพระองค์  พระองค์จะทรงทำให้สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่องานของพระองค์ทุกสิ่งให้หายไป…. คริสตจักรของพระคริสต์เป็นตัวแทนของพระองค์ในการประกาศความจริงแก่โลกนี้  และทรงฤทธานุภาพโดยพระองค์เองที่จะกระทำพันธกิจพิเศษแก่โลก  และถ้าคริสตจักรนั้นจงรักภักดีต่อพระองค์  เชื่อฟังพระบัญญัติทั้งสิ้นของพระองค์  คริสตจักรนั้นก็จะได้รับฤทธานุภาพอย่างน่าอัศจรรย์จากพระองค์  ถ้าคริสตจักรสัตย์นั้นซื่อต่อพระเจ้าแห่งอิสราเอลจะไม่มีอำนาจใดที่จะมาต่อต้านหรือทำลายคริสตจักรของพระองค์ได้  ถ้าคริสตจักรนั้นจะอยู่ในความจริงและจงรักภักดีต่อพระเจ้า  อำนาจแห่งศัตรูร้ายก็จะไม่สามารถกระทำอันตรายใดๆ แก่คริสตจักรได้เหมือนแกลบที่ไม่สามารถต้านทานลมพายุได้เช่นนั้น มีสิ่งหนึ่งก่อนที่คริสตจักรจะขึ้นสู่ความสุกสดใส และวันแห่งสง่าราศีคือ  ถ้าคริสตจักรนั้นจะสวมใส่เสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมของพระคริสต์  และดำเนินชีวิตออกจากการเป็นพันธมิตรต่อสิ่งที่เป็นอันตรายแห่งโลกนี้   มวลหมู่สมาชิกในคริสตจักรจะต้องกลับใจสารภาพความบาปที่ตนได้กระทำและกลับใจหันมาสู่ทางของพระองค์โดยทันที  และต้องกระทำร่วมกันทุกคน   พี่น้องชายหญิงที่รักทั้งหลายไม่มีสิ่งใดที่จะมาพรากพวกท่านคนหนึ่งคนใดออกไปจากพระเจ้าได้  แม้จะมีความคิดที่แตกต่างกันแต่ทว่าเราทั้งหลายล้วนเป็นหนึ่งเดียวกันในความรักและความจริงแท้ในพระคริสต์  ขอให้เรามาอยู่รวมกันที่เบื้องพระพักตร์ของพระเจ้าและยอมรับการไถ่ให้รอดด้วยพระโลหิตของพระผู้ช่วยให้รอด  ซึ่งสิ่งนี้คือหนทางเดียวที่จะทำให้เราได้รับการช่วยเหลือในสงครามแห่งการต่อสู้กับความบาปอันยิ่งใหญ่นี้  ข้าพเจ้าขอรับรองต่อท่านว่าท่านจะหลุดพ้นจากสิ่งเลวร้ายต่างๆ เมื่อท่านเข้ามาใกล้พระเจ้าด้วยจิตใจที่สำนึกในพระคุณความรักของพระองค์และด้วยความเชื่ออันเต็มเปี่ยม  ศัตรูที่พยายามจะทำลายท่านจะพ่ายแพ้ไป ขอให้หันกลับมาหาพระเจ้าผู้ซึ่งเป็นแหล่งแห่งความหวังของเรา  แสวงหาความเข้มแข็งในพระองค์และมีชีวิตในพระองค์ แสดงออกถึงความมั่นคง  ความสุภาพอ่อนโยนในพระองค์และยอมรับการช่วยเหลือจากพระองค์  โดยพระคริสต์ผู้เป็นแหล่งน้ำพุแห่งชีวิตที่จะทรงประทานพลังอำนาจทุกอย่างให้แก่เรา —Letter 199, September 8, 1903,…

จงซื่อสัตย์ในสิ่งเล็กน้อย

ท่าน​จึง​พูด​กับ​เขา​ว่า ‘ดี​มาก เจ้า​เป็น​ทาส​ที่​ดี เพราะ​เจ้า​ซื่อ​สัตย์​ใน​ของ​เล็ก​น้อย เจ้า​จง​มี​อำ​นาจ​ครอบ​ครอง​สิบ​เมือง​เถิด ลูกา 19:17. ถ้าอารมณ์และอุปนิสัยของเรายังไม่เข้มแข็งพอที่จะดูแลการงานที่ยิ่งใหญ่ได้  พระคุณของพระคริสต์จะทรงเพิ่มเติมความเข้าใจในสิ่งที่ถูกต้องให้แก่เรา    ทุกๆ สิ่งที่เราสำแดงออกมาแม้จะไม่สมบูรณ์แบบหรือเกิดความเสียหาย หรือบางครั้งพระเจ้าอาจจะไม่ได้รับการถวายพระเกียรติ   แต่อย่างไรก็ดีการตั้งใจทำงานรับใช้พระองค์ก็เป็นการเสริมกำลังใจอย่างดียิ่งสำหรับประชากรของพระองค์ พระเจ้ามีพระประสงค์ที่จะให้เราเอาใจใส่ในพระคำของพระองค์  ให้เราระมัดระวังในการรับใช้พระองค์   ในสายพระเนตรของพระองค์ทุกๆ การรับใช้ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าแม้ว่าในสายตาของมนุษย์การรับใช้เหล่านั้นเป็นสิ่งที่เล็กน้อยเสียเหลือเกิน  ถึงกระนั้นการรับใช้พระองค์อย่างเต็มกำลังก็เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเรา  พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะให้ผู้รับใช้ของพระองค์เป็นผู้ฉลาดรอบคอบ  ทำงานของพวกเขาอย่างมีความสุข ก็ต้องเป็นผู้รอบคอบถี่ถ้วน และเป็นผู้สามารถสำแดงพระคริสต์ออกมาจากชีวิตของเขาได้ตลอดเวลา บรรดาผู้ที่มีความเอาใจใส่และมีความเพียรพยายามจะได้รับมอบหมายให้กระทำพันธกิจการงานในหน้าที่ ที่สูงขึ้น โดยเริ่มต้นจากการกระทำหน้าที่อันเล็กน้อยแต่เขาได้สำแดงให้เห็นถึงความรอบคอบและฉลาดหลักแหลมในการทำหน้าที่นั้นออกมา น่าเศร้าที่มีการงานมากมายที่ถูกละเลยไม่ได้กระทำ  มีสิ่งต่างๆ มากมายที่จะต้องสูญเสียไปเมื่อวาระสุดท้ายมาถึง เพราะว่าผู้รับใช้มีความปรารถนาที่จะทำแต่การงานที่ยิ่งใหญ่  ทำให้การรับใช้พระเจ้าในด้านอื่นถูกละเลยไป ด้วยเพราะว่าเขาเหล่านั้นมีภาระงานที่ต้องทำมากมายแต่ไม่มีงานใดที่สำเร็จสมบูรณ์สักชิ้นเดียว  แต่อย่างไรก็ดีการงานทุกอย่างต้องนำไปสู่เป้าหมายแห่งการพิพากษาโลกนี้  การงายอันเล็กน้อยนั้นจะต้องมีสายสัมพันธ์ไปถึงการรับใช้เจ้านายผู้ยิ่งใหญ่คือพันธกิจแห่งการรับใช้ของพระเยซูคริสต์  ความเห็นแก่ตัวและความคิดที่เอาตนเองเป็นที่ตั้งจะต้องถูกกันออกไปในฐานะศัตรูผู้ต่อต้านงานของพระเจ้า    แต่ทว่าอย่างไรก็ดีเราจะต้องแสวงหาของประทานเหล่านั้นโดยการรับใช้ต่างๆ  ด้วยตนเอง    และต้องเรียนรู้ว่าซาตานจะต่อต้านพระคริสต์ด้วยงานของพระองค์เอง และจะกระทำให้เหล่าบรรดาทูตสวรรค์ และมนุษย์ของพระเจ้าจะได้รับความอับอายที่พวกเขาได้กลายเป็นบุคคลที่โง่เขลาไปเชื่อฟังซาตาน  ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนี้จะไม่เหมือนกับชีวิตของพระคริสต์ที่ได้ทรงประทานให้แก่เรา  ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกัน            เราจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการที่จะตรึงความต้องการทางอารมณ์และความลุ่มหลงของเราไว้บนกางเขนของพระคริสต์…. พี่น้องที่รักเราจะมีความรู้สึกเช่นไรเมื่อเราต่างได้ไปยืนอยู่ริมทะเลแก้ว?  และเมื่อเราได้มองย้อนหลังดูถึงความอดทนที่เราได้กระทำมา  และเมื่อเรายืนอยู่บนภูเขาแห่งชีวิตที่เป็นนิรันดร์ร่วมกับพระเจ้าเราระลึกถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมาซึ่งเราไม่จำเป็นจะต้องเล่าเรื่องราวเหล่านั้นแก่ผู้ใด  เพราะเราทราบดีว่าพระเจ้าได้ทรงเป็นผู้ปลดปล่อยให้เราเป็นอิสระจากสิ่งสารพัดในอดีต  พระเจ้าทรงช่วยเราในฐานะที่เราเป็นผู้ที่เล็กน้อยที่สุดแต่พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด  พระเจ้าไม่ทรงยินยอมให้เรามีความคิดที่ออกไปในทางที่ไม่ถูกต้องในการสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับตนเอง  จำนวนแห่งประสบการณ์ที่เราได้ประสบมานั้นไม่มีความหมายอะไร  มาตรฐานของพระเจ้าแตกต่างจากมาตรฐานของมนุษย์  ถ้าเราเข้าใจถึงน้ำพระทัยของพระเจ้าที่มีต่อเรา   เราจะเห็นถึงสิ่งสูงค่าเป็นอย่างยิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำกับผู้ที่เล็กน้อยที่สุด  ซึ่งสิ่งที่เล็กน้อยที่สุดนั้นจะได้รับการดูแลด้วยสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพระองค์เอง…

เอโนคผู้ซึ่งพระเจ้าทรงชื่นชมยินดี

เอโนคดำเนิน​กับ​พระ​เจ้า​แล้ว​ก็​หาย​ไป​เพราะ​พระ​เจ้า​ทรง​รับ​เขา​ไป ปฐมกาล 5:24. พระเจ้าทรงสถาปนาคริสตจักรขึ้นเมื่อ อาดัม, เอวา, และเอเบล  ยอมรับและยกย่องข่าวประเสริฐด้วยชีวิตที่มี ความสุขและยอมรับว่าพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา  นี่คือสิ่งที่ทำให้เราได้ตระหนักอย่างแท้จริงถึงพระสัญญาของพระองค์ว่าพระองค์จะทรงสถิตอยู่ท่ามกลางเขา  อย่างไรก็ดีเอโนคเป็นผู้ที่ปรารถนาจะได้ยินถึงพระคำของพระองค์อย่างใกล้ชิด  พระเยซูคริสต์ทรงสถิตอยู่ท่ามกลางเขาในการนมัสการด้วย  ในยุคสมัยของเอโนคนั้นเขาได้มีชีวิตอยู่ในยุคแห่งความชั่วร้ายของโลกนี้  พระเจ้าไม่เคยละทิ้งผู้เชื่อที่แม้จะมีจำนวนน้อยนิดไว้ท่ามกลางโลกนี้โดยปราศจากการเป็นพยานของพระองค์ เอโนคเป็นครูที่สอนถึงความจริงต่อสาธารณชนในยุคสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่  เอโนคสั่งสอนความจริง; เขามีชีวิตอยู่ในความจริง;  และมีบุคลิกของความเป็นครูผู้ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่กับพระเจ้าในทุกหนทุกแห่งอย่างถ่อมตนด้วยความบริสุทธิและเป็นที่น่ายกย่องในพันธกิจของท่าน  เอโนคเป็นผู้เผยพระวจนะที่พูดออกมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์  เอโนคมีชีวิตเป็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิดของศีลธรรมที่เกิดขึ้นในยุคนั้น  เอโนคเป็นบุคคลที่ดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างร่วมไปกับพระเจ้าและเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์  ซึ่งพระบัญญัตินี่แหละที่ซาตานปฏิเสธที่จะเชื่อฟัง  และอาดัมก็ได้ก่อกบฏขึ้น  แต่เอเบลกลับประพฤติตามและด้วยเหตุที่เอเบลประพฤติตามพระบัญญัตินี่เองทำให้ท่านต้องถูกสังหาร  และด้วยเหตุนี้พระเจ้าจึงได้ทรงประทานผู้ที่เป็นแบบอย่างให้กับจักรวาลนี้ได้เห็นถึงในสิ่งที่ซาตานได้กล่าวอ้างว่าจะไม่มีผู้ใดสามารถรักษาบัญญัติของพระองค์ได้นั้น  ทำให้จักรวาลนี้ได้ทราบว่ามีบุคคลที่อุทิศตนเองให้กับพระเจ้าด้วยจิตใจ  จิตวิญญาณ  และสามารถมีชีวิตอยู่โดยสำแดงถึงพระลักษณะของพระคริสต์ได้อย่างสมบูรณ์  บุคคลผู้มีชีวิตอันบริสุทธิ์นี้ได้เลือกที่จะดำเนินชีวิตไปกับพระเจ้าโดยกล่าวติเตียนความบาปของโลก  และมีชีวิตที่เป็นพยานแก่โลกนี้ว่าสามารถมีมนุษย์ที่ดำรงชีวิตโดยการรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าได้ในโลกนี้…. เอโนคมิได้มีชีวิตอยู่เพียงการอธิษฐานเพื่อตนเอง  และสวมใส่ยุทธภัณฑ์แห่งพระเจ้าเท่านั้น  แต่เขามายังโลกนี้ด้วยคำทูลวิวอนต่อพระเจ้าสำหรับผู้คนในโลกนี้ด้วย  เอโนคมิได้สำแดงความจริงเพื่อที่จะทำให้ผู้ที่ไม่เชื่อรู้สึกเจ็บปวดทรมานใจ  แต่ทว่าการที่เอโนคมีชีวิตอยู่อย่างใกล้ชิดกับพระเจ้านั้นทำให้เขามีความกล้าหาญที่จะทำงานของพระเจ้าในโลกแห่งความชั่วร้ายนี้ต่างหาก  เอโนคดำเนินไปกับพระเจ้า  “การเป็นพยานของท่านเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า”  สิ่งนี้เป็นเกียรติยศของผู้เชื่อที่อยู่ในโลกใบนี้เพราะนี่คือมนุษย์ที่อยู่ท่ามกลางพระเจ้า  และพระเจ้าก็ยกชูเขาให้ขึ้นสูงกว่ามนุษย์ทั้งปวง  “เราอยู่ในพระองค์  และพระองค์อยู่ในเรา”  พระเยซูคริสต์ตรัสดังนี้  การมีชีวิตที่ดำเนินไปกับพระเจ้าของเอโนคนั้นคือการเป็นพยานเพื่อพระองค์มิใช่การถูกกักขังโดยพระเจ้า  บุคคลเช่น เอโนค, เอลียาห์, เหล่าบรรพชนในยุคแรก, ผู้เผยพระวจนะ  และผู้ที่ยอมทนทุกข์เพื่อพระเจ้า  พวกเขาเหล่านี้มีชีวิตอยู่ในพระองค์ทั้งสิ้น… สิ่งเหล่านี้มิได้เป็นเพียงสิทธิพิเศษที่จะได้กระทำเพื่อพระเจ้าเท่านั้น  แต่เป็นหน้าที่สำหรับผู้ที่ติดตามพระคริสต์ที่จะต้องมีสิ่งเหล่านี้ประทับอยู่ภายในจิตใจ  และประทับสิ่งเหล่านี้เอาไว้ในชีวิตของพวกเขาเพื่อจะได้บังเกิดเป็นผลแห่งคุณความดีที่พระเจ้าได้ทรงกระทำให้บังเกิดในตัวของบุคคลเหล่านั้นด้วย —Manuscript 43,…

NEWSTART

ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรง สิ่งที่เซลล์ต้องการเพื่อเซลล์จะแข็งแรง ได้แก่ 1. ออกซิเจน หายใจอากาศบริสุทธิ์ทุกวันนะคะ โดยเฉพาะใต้ต้นไม้ในเวลากลางวัน เพราะต้นไม้จะให้ออกซิเจนออกมาในช่วงเวลานั้น 2. น้ำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว ช่วงไหนที่อากาศร้อน เหงื่อออกมากเราก็อาจจะต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้นค่ะ การสังเกตสีปัสสาวะก็ช่วยได้ค่ะ ถ้าปัสสาวะสีค่อนข้างใส ไม่เหลือง ก็น่าจะดื่มน้ำพอค่ะ 3. สารอาหาร ขอให้เน้นรับประทานอาหารที่มาจากพืช  มีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ มีการดัดแปลงน้อยที่สุด ปราศจากสารปรุงแต่งต่างๆ และควรรับประทานผักสด ผลไม้สดด้วยค่ะ 4. การกำจัดของเสีย เช่นการอาบน้ำ ขัดขี้ไคลออกไปจากผิวหนัง การถ่ายอุจจาระทุกวัน การหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากร่างกาย การเข้าห้องน้ำปัสสาวะเมื่อต้องการ และไม่กลั้นปัสสาวะ และข้อสุดท้ายคือ การป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่นหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ การใช้บุหรี่ นี่คือสิ่งที่เซลล์ต้องการ พระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์มีระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งประกอบด้วย หัวใจและหลอดเลือดต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เหมือนกับเป็นท่อลำเลียง ขนส่งสิ่งที่เซลล์ต้องการไปให้กับทุกๆ เซลล์ และนำของเสียที่เกิดขึ้นจากเซลล์ไปกำจัด เพราะฉะนั้นถ้าระบบไหลเวียนโลหิตทำหน้าที่ได้ปกติ เซลล์ทุกเซลล์ก็จะแข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงค่ะ ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้นดังนี้นะคะ เมื่อเรารับประทานอาหาร อาหารที่อยู่ในกระเพาะ ลำไส้ จะถูกย่อยและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ความดันในหลอดเลือดก็จะส่งแรงดันให้อาหารวิ่งไปตามหลอดเลือดเพื่อส่งให้แก่เซลล์สมอง เซลล์มือ เซลล์ตา และเซลล์อื่นๆ ทั่วร่างกาย ถ้าเรามีปัญหาความดันโลหิตต่ำ ถึงแม้อาหารที่เรารับประทานจะดีแค่ไหนก็ตาม เมื่อแรงดันเลือดต่ำ ก็ไม่มีแรงพอที่จะส่งอาหารไปยังเซลล์สมองและเซลล์ต่างๆ ได้ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา ขณะเดียวกัน ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดอุดตัน หรือถ้าเป็นอาหารที่ไม่มีคุณภาพ อาหารนั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น สุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้นอยู่กับการมีเลือดที่ดี และมีการไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ค่ะ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ค่ะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์เราขึ้นมาด้วยความรัก และพระองค์ต้องการให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ พระองค์จึงได้ประทานคู่มือการดูแลสุขภาพให้แก่เราด้วย ซึ่งทางสถาบัน Weimar คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ตเวนตีสได้สรุปหลักการนี้ขึ้นมาเป็นคำย่อง่ายๆ 8 ตัว ว่า NEWSTART ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็คือ การเริ่มต้นใหม่ คำว่า NEWSTART ประกอบด้วย อักษรภาษาอังกฤษ 8 ตัว คือ 1. N-nutrition โภชนาการ 2. E-exercise การออกกำลังกาย 3. W-water น้ำ 4.S-sunshine แสงแดด 5. T-temperance การประมาณตนหรือการบังคับตน 6. A-air อากาศ 7. R-rest พักผ่อน 8. T-trust in God เชื่อวางใจในพระเจ้า เมื่อเราปฏิบัติตามหลักการ NEWSTART นี้ เราก็จะมีเลือดที่ดีและมีการไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ ทำให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยค่ะ พบกันใหม่ในรายการครั้งหน้า ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่าน สวัสดีค่ะ

ออกจากเมฆหมอกแห่งความสับสนและสงสัย

เพราะ​เหตุ​นี้​จง​รับ​ยุทธ​ภัณฑ์​ทั้ง​ชุด​ของ​พระ​เจ้า​ไว้ เพื่อ​ท่าน​จะ​สา​มารถ​ต่อ​สู้​ใน​วัน​ชั่ว​ร้าย​นั้น และ​เมื่อ​ทำ​ทุก​อย่าง​แล้ว​จะ​ยัง​ยืน​หยัด​อยู่​ได้  เอเฟซัส 6:13. ซาตานพยายามที่จะนำเอาสิ่งหลอกลวงฝ่ายวิญญาณมาล่อลวงให้จิตใจของเราหลงไปอยู่เสมอ  เวลานี้เป็นเวลาที่ผู้ที่ติดตามพระคริสต์จะต้องสวมยุทธภัณฑ์ทุกชิ้นของพระเจ้าเพื่อที่จะต่อสู้กับพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งความมืดที่กำลังล่วงล้ำเข้ามา  ทหารของพระคริสต์จะต้องไม่หลับไหลอยู่ในเพราะขณะนี้เราได้ยินเสียงเตือนมาจากทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องนี้…. มีผู้ที่เข้มแข็งในความเชื่อ และมีคุณค่าในสายพระเนตรของพระเจ้าแต่เขากลับตกอยู่ภายใต้มนต์สะกดแห่งการหลอกลวง  พวกเขามิได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่าพวกเขากำลังกลายเป็นกลุ่มบุคคลที่เหมือนกลุ่มหญิงพรหมจารีย์ที่โง่เขลา  วิทยาศาสตร์  ความเชื่อเรื่องวิญญาณ  และเรื่องจิตวิทยา  ได้ชักนำให้จิตใจของพวกเขาออกไปจากพระคำของพระเจ้าที่กำลังกล่าวถึงเวลาที่มาถึงแล้วนี้   มีบางคนที่มีชีวิตอยู่เพียงแค่การวิพากษ์วิจารณ์  เขาเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้ที่ส่งเสริมให้กับผู้ที่กำลังหลอกลวงและบิดเบือนความจริงในโลกนี้  หัวใจของพวกเขามีแต่พิษของเหล่างูร้ายนั้น และพวกเขาก็ยังพร้อมที่จะเข้าไปสู่แนวทางแห่งการไม่เชื่อฟังในอนาคตอีกด้วย . เหล่าผู้ที่ตกอยู่ในการหลับใหลอยู่นั้นบัดนี้ขอให้ตื่นขึ้นเพื่อตกแต่งตะเกียงของตน  เพื่อเขาจะได้ไม่สับสนและสงสัยในความเป็นจริงที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้  การล่อลวงของซาตานนั้นจะแสดงออกมาเหมือนกับว่ากำลังยกชูความจริงไว้  แต่ทว่าเราจะต้องไม่หันหลังกลับไปยังอิยิปต์ที่จากมาแต่ต้องมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินสวรรค์คือคานาอันแห่งคำสัญญาของพระเจ้า  พระเจ้าทรงตรัสว่า,  “เราจะให้ความเข้มแข็งแก่เจ้าเพื่อนำข่าวสารของเราประกาศออกไปแก่โลกนี้ มนุษย์ทั้งหลายเอ๋ยจงตื่นจากการรับข้อมูลข่าวสารแห่งการล่อลวงนั้น  เจ้ากำลังหลับใหลอยู่ในห้วงเวลาอันสำคัญยิ่งและกำลังเป็นอันตรายอย่างมาก”  สำหรับบางคนที่มิได้มีประสบการณ์แห่งการบังเกิดใหม่อย่างแท้จริงตั้งแต่ในอดีตนั้นก็เพราะว่าเขานำชีวิตเข้าไปสู่สิ่งที่ขัดแย้งกับความจริงที่เขาเชื่อถืออยู่จนกลายเป็นชีวิตของเขา ความคิด,  ทัศนคติ, และการตัดสินใจของเราจะต้องนำพาให้ชีวิตของเราไปสู่น้ำพระทัยของพระเจ้า  สิ่งเหล่านี้จะได้รับการดลใจและควบคุมโดยพระองค์  เราจะต้องถามตัวเราเองว่า  “ฉันได้พยายามอย่างเต็มกำลังที่จะรักษาตะเกียง, น้ำมัน และระวังรักษาด้วยการตกแต่งตะเกียงนั้นให้ส่องสว่างออกไปจากชีวิตของฉัน  ด้วยแสงสว่าง  ความชัดเจนแห่งความจริงในวาระสุดปลายนี้หรือไม่?   ฉันอาศํยอยู่ในโลกที่อันตรายนี้ด้วยความตื่นตัวแล้วหรือไม่?   ฉันได้นำพาจิตวิญญาณที่กำลังจะพินาศนี้มาถึงพระคริสต์แล้วหรือไม่?  ฉันได้กระตุ้นให้ผู้คนทั้งหลายได้เห็นถึงจุดจบของทุกๆ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วหรือยัง? สำหรับผู้ที่อยู่ในสถานะของหญิงพรหมจารีย์ที่ฉลาดนั้น  พวกเขาได้ผ่านชีวิตแห่งความจริงที่มี่ประสบการณ์อันมีค่า ซึ่งในเวลานี้พวกเขาจึงได้ลุกขึ้นและตกแต่งตะเกียงของตน ขอให้ผู้ที่หลงเชื่อสิ่งที่หลอกลวงนั้นจงเลิกที่จะเชื่อฟังและตัดสิ่งเหล่านั้นออกจากประสบการณ์ในชีวิตของตน  อย่าพยายามสูญเสียเวลาไปกับการถกเถียงในเรื่องที่เป็นสิ่งหลอกลวงเหล่านี้  อย่าพยายามมีชีวิตอยู่ในม่านหมอกแห่งความสงสัยจนกระทั่งเวลาจะผ่านไปจนชีวิตท่านนั้นสายเกินไป  ขอให้ท่านได้ถวายทุกสิ่งทุกอย่างนั้นแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าและยุติการถกเถียงในสิ่งที่ไร้สาระ, และโง่เขลาที่อาจจะมีจิตนาการณ์อันบรรเจิดเป็นสิ่งสนับสนุนก็ตาม —Manuscript 80, 1905, August…

ปัญหาของเซลล

เราทราบกันว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรง ปัญหาของเซลล์ที่พบได้ คือ 1. เซลล์เสื่อมก่อนวัย ทำให้เกิดการชรา และการตายก่อนวัยอันควร  2. เซลล์ติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น เซลล์อาจจะถูกทำลายได้  3. เซลล์กัดกันเอง เช่น ในกรณีของโรค SLE เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งปกติจะต้องมากำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่กลับมาโจมตีร่างกายตนเอง ทำให้เกิดปัญหามากมาย เช่น เกิดภาวะซีด ข้ออักเสบ ผมร่วง เป็นต้น ปัญหาข้อสุดท้ายของเซลล์ คือ เซลล์กบฏ ค่ะ เช่นในกรณีของมะเร็ง เซลล์ที่กำลังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนควรจะหยุดการแบ่งตัวในเวลาที่เหมาะสมตามคำสั่งของร่างกาย แต่กลับเพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมโตเต็มที่ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งร้ายขึ้นมาได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ยอมฟังคำสั่งของร่างกายนั่นเองค่ะ ปัญหาเหล่านี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเซลล์ของเรานะคะ การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีนั้น ประกอบด้วย 3 ด้านค่ะ คือ ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ทั้งสามด้านต้องแข็งแรงและปกติ เราจึงจะมีความสุข บางคนมีสุขภาพกายแข็งแรง แต่มีปัญหาทางด้านจิตใจ เช่นซึมเศร้า ก็คงไม่มีความสุขค่ะ ในการแบ่งปันเรื่องสุขภาพจึงแยกเรื่องทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณออกไปจากสุขภาพกายไม่ได้ค่ะ ถ้าเปรียบเทียบปัญหาของเซลล์กับชีวิตทางด้านจิตวิญญาณ เช่น ปัญหาของชีวิตคริสเตียน ก็จะได้ดังนี้นะคะ 1. คริสเตียนละทิ้งความเชื่อ เลิกเชื่อพระเจ้าและพระเยซูก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา 2. คริสเตียนมีจิตวิญญาณอ่อนแอ เมื่อซาตานทดลองก็พ่ายแพ้ เปรียบเหมือนกับเซลล์ที่ติดเชื้อโรค 3. คริสเตียนปราศจากความรักในหัวใจ ก็เลยทำให้มีการทะเลาะกันเอง มีการนินทาว่ากล่าวใส่ร้ายต่อกันและกัน เป็นการกัดกันเองเหมือนเซลล์ 4. คริสเตียนไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าค่ะ ลับมาเรื่องเซลล์กันต่อนะคะ การจะป้องกันไม่ให้เซลล์เกิดปัญหาดังที่กล่าวมานั้น สามารถทำได้โดยให้สิ่งที่เซลล์ต้องการแก่เซลล์ ซึ่งประกอบด้วย 1. ออกซิเจน อย่าลืมเตือนตัวเองให้หายใจลึกๆ …. เปิดหน้าต่างให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามา 2. น้ำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว 3. สารอาหาร ขอให้เน้นรับประทานอาหารที่มาจากพืช  4. การกำจัดของเสีย เช่นการอาบน้ำ ขัดขี้ไคลออกไปจากผิวหนัง และข้อสุดท้ายคือ การป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่นหลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ นี่คือสิ่งที่เซลล์ต้องการค่ะ ถ้าเช่นนั้นชีวิตของคริสเตียนต้องการอะไร เพื่อจะให้สุขภาพจิตวิญญาณของคริสเตียนแข็งแรง เติบโตเข้มแข็งและปราศจากปัญหาที่กล่าวมา ได้แก่ การละทิ้งความเชื่อ พ่ายแพ้การทดลอง ทะเลาะกัน หรือการไม่เชื่อฟังพระเจ้า สิ่งที่ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณต้องการก็คือ 1. การอ่านพระคัมภีร์ซึ่งเปรียบได้กับอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ 2. การอธิษฐานซึ่งเปรียบได้กับออกซิเจนของจิตวิญญาณ 3. การมีความรักในหัวใจซึ่งแสดงออกโดยการเป็นพยาน การเห็นอกเห็นใจ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 4. การทูลขอพระโลหิตของพระเยซูชำระเราจากความผิดบาปที่ได้ทำลงไป เปรียบเหมือนกับการกำจัดของเสียออกไปจากร่างกาย 5. ทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกวัน เพื่อชีวิตของพระเยซูจะเป็นชีวิตของเรา และเราจะได้มีกำลังที่จะเอาชนะความบาป เปรียบได้กับการไม่รับสารพิษเข้ามาสู่ชีวิตจิตวิญญาณของเราค่ะ ขอให้พระเจ้าทรงอวยพระพรท่านผู้ฟังทุกท่านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณค่ะ

ข้อคิดเพื่อการดำรงชีวิตในสภาวะปัจจุบัน

2 โครินธ์ 5 : 17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป  นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น 1 เปโตร 4 :  8 ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้ สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบันนั้นก็คือ ถ้อยคำที่จริงจังแน่นอนจากผู้คน ลูกที่ทำให้พ่อแม่มีความสุขอยู่เสมอ คนที่รู้ใจทุกอย่าง คนที่รักเราจริงๆ ต้องการความรักอย่าบีบบังคับความรัก..เพราะความรักไม่อาจสร้างได้ด้วยการบีบบังคับให้เกิดขึ้นตามที่ต้องการ..แต่ความรักเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขโดยตัวของมันเอง..จากประสบการณ์..จากความเข้าใจ..และจากการเรียนรู้ . มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยขัดใจคนที่ตนรักใคร่เอ็นดู..เขาชอบสิ่งใดก็จะให้สิ่งนั้น..แม้เขาไม่ขอก็ยังอยากจะเสนอให้..เป็นความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ได้ทำให้กับคนที่ตนรัก แต่บางอย่างสำหรับบางคนอาจจะเห็นว่าทำได้ยาก..ซึ่งในความเป็นจริงอยากจะบอกว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินกว่าที่เราจะกระทำเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาความรักให้เกิดขึ้นในชีวิต..โดยอาศัยหลักง่ายๆ  4 ข้อก็คือ ฝืนทำ (แรกๆ  ที่ฝืนทำจะรู้สึกไม่คล่องแต่ต้องแข็งใจทำต่อไป) ฝึกบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยที่ดีงาม ข่มจิตใจ..อย่าเพิ่งเลิก..อย่าเพิ่งท้อถอย..ถ้าผลที่กระทำออกมาไม่ถูกใจ..จงข่มใจทำต่อไป ลดความเป็นตัวเองลงไป..ต้องหมั่นลดความเป็นตัวเองอย่ามี Ego สูงมากนัก..หรือคิดถึงแต่มาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา..เพราะจะทำให้ไม่สามารถรับสิ่งดีใดๆ ได้เลย.. ทุกคนมีความสามารถ..มีความถนัดเป็นของตนเอง..เขาเหล่านั้นย่อมจะสบายใจเมื่อได้อยู่ในสังคมที่ชื่นชมในความถนัดของเขา..เพราะจะทำให้เขาเป็นคนเด่นมีความสำคัญในสังคมนั้น..แต่เขาจะรู้สึกด้อยเมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมที่มิได้รู้สึกยกย่องในความถนัดหรือความสามารถของเขา คำติหรือคำชม ของคนนั้นไม่มีอะไรแน่นอนนัก..คนดีแสนดีคนเขาก็ติถ้าเขาไม่ชอบ..คนเลวแสนเลวก็ยังมีคนชมเมื่อเขาชอบ  ดังนั้นสำหรับมนุษย์แล้วทางที่ดีที่สุดก็คือ  ใครจะติ ใครจะชม ก็ปล่อยไป  ให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด.. คนส่วนใหญ่กลัว  “เขาว่า”  มากเหลือเกิน  คำว่า  “เขาว่า”  หมายถึงคนทั้งหลายอื่นๆ  นอกจากตัวเอง..บางคนถึงแม้จะแน่ใจว่าสิ่งนี้ดีถูกต้องแล้ว..แต่ก็ไม่กล้าทำเพราะเสียง   “เขาว่า”   ดังนั้น คำว่า …

การหนุนใจในพระเจ้า

เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ขลาด​กลัว​แก่​เรา แต่​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ประ​กอบ​ด้วย​ฤทธา​นุภาพ ความ​รัก และ​การ​บัง​คับ​ตน​เอง​แก่​เรา  2 ทิโมธี 1:7.. ในการต่อสู้ในชีวิตของผู้เชื่อในพระเจ้า….ความรู้สึกและความปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามจะตามมา  ความไม่เชื่อจะทำลายผู้ซึ่งพยายามจะมีความเชื่อและความหวังในพระเจ้า เมื่อท่านไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจุดใดคือจุดที่จะทำให้ท่านหันกลับได้  ให้ท่านหยุดพักทุกอย่างไว้ในพระเจ้า  สร้างเสริมจิตใจของท่านด้วยความเชื่อ  ทำงานด้วยความรัก และด้วยความบริสุทธิ์ในจิตวิญญาณ… พระเจ้าทรงกระทำพันธะกิจเพื่อท่าน  แต่ทว่าในบางครั้งบางทีก็ไม่ได้หมายความว่าการกระทำทุกสิ่งของท่านนั้นจะสมบูรณ์พร้อมในงานของท่านที่ท่านได้กระทำเพื่อพระองค์  แต่ขอให้ท่านมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการที่จะกระทำเพื่อการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าผู้ซึ่งได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาเพื่อช่วยเราให้พ้นจากความบาป ดังนั้นเมื่อท่านสั่งสอนพระวจนะของพระองค์และรักษาพระคำของพระองค์  และให้เราได้หลอมรวมความรักความเมตตาของพระองค์เข้าไว้ในหัวใจของท่าน และให้จิตใจของท่านได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งจะนำพาชีวิตของท่านต่อไป…. ขอให้ท่านกล้าที่จะกระทำในสิ่งดีเพื่อพระเจ้า  ขอให้เราเริ่มต้นการทำงานรับใช้พระเจ้าด้วยการอธิษฐานและด้วยความเชื่อ, ซึ่งสิ่งนี้คือพระปัญญาอันสูงส่ง, และคือการกระทำที่เป็นตัวแทนของพระวิญญาณของพระเจ้า  เป็นตัวแทนแห่งความจริงในชีวิตคริสเตียน เป็นผู้นำทางกายภาพ และสิ่งนี้แหละคือความรอบรู้เพียงหนทางเดียวที่จะมีให้แก่เราอย่างไม่สิ้นสุด ผู้ที่ได้รับการสร้างเสริมจากพระวิญญาณของพระเจ้าจะกล่าวว่า, “เหล่าผู้ที่เชื่อในความจริงจะเป็นผู้สื่อข่าวของพระเจ้า”  เหมือนเหล่าสาวกที่พวกเขาเรียนรู้ถึงชีวิตของพระคริสต์, เรียนรู้ที่จะยกชูคำสอนของพระองค์และเพิ่มพูนความเชื่อความคาดหวังของพวกเขา, และจะมีความคิดที่สูงส่งสำหรับพระคุณความรักของพระองค์,  โดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือผู้ที่กำลังหลงหายให้กลับมา  และด้วยสิ่งนี้พระผู้ช่วยให้รอดของเรากำลังสอนให้เรามีจิตใจที่เป็นดังสาวกของพระองค์ ให้เราเอาจริงเอาจังในการอธิษฐานเพื่อแสวงหาพระเจ้า  พระคริสต์ทรงตรัสว่า  “เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ ทุก​คน​ที่​แสวง​หา​ก็​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา” ลูกา 11:10 เราควรจะมีความชื่นชมยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นผู้ที่นำข่าวประเสริฐไปสู่คนทั้งหลาย  เพิ่มพูนในสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงวางรากฐานเอาไว้เพราะสิ่งเหล่านี้คือความรับผิดชอบของเราทุกคน  และสิ่งเหล่านี้จะได้รับการเพิ่มพูนอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้รับการทรงนำและฤทธานุภาพจากพระวิญญาณบริสุทธิ์…. ท่านได้แสวงหาพระเจ้าอย่างเอาจริงจังหรือไม่?  อธิษฐาน, อธิษฐานและแสวงหาด้วยการถ่อมตัว  อย่ายกเอาความฉลาดของตัวเองขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าผู้อื่นเป็นคนบาป,  แต่ให้เราบอกกล่าวคนเหล่านั้นด้วยความสุภาพอ่อนโยนถึงความบาปที่อยู่ในหัวใจของเขา, และอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อที่พระองค์จะทรงช่วยชำระล้างจิตวิญญาณที่กลายเป็นที่พักพิงของความบาปเหล่านี้เสีย  ให้ทุกๆ ท่านได้สารภาพความผิดบาปของตัวของเขา และโน้มนำให้เขากลับเข้ามาสู่ความเชื่อที่มั่นคงถาวร —Letter 296,…

เซลล์ อาหารเซลล์ มะเร็ง สุขภาพ

สิ่งที่เซลล์ต้องการ

วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับเซลล์มาบอกเล่ากันต่อค่ะ เราทราบกันว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรงร่างกายก็แข็งแรง  พระเจ้าทรงสร้างให้เซลล์มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้นะคะ เซลล์สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ และจะได้เซลล์ใหม่ที่มีลักษณะเหมือนเดิม การแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเช่นนี้จะหยุดในเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้ายังแบ่งตัวอยู่เรื่อยๆ ไม่มีการหยุด ก็อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ ส่วนเซลล์อ่อนเหล่านี้จะต้องเติบโตต่อจนเป็นเซลล์เต็มวัย เซลล์ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันจะอยู่รวมกันในสถานที่ที่ถูกต้อง และถ้าเซลล์ได้รับอันตราย จะทำลายตัวเอง เพราะถ้าเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้ยังอยู่ต่อไป ก็อาจจะเกิดปัญหา เช่นอาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เราจึงควรมอบสิ่งที่เซลล์ต้องการให้แก่เซลล์ ซึ่งได้แก่ ออกซิเจน น้ำ สารอาหาร การกำจัดของเสีย และการป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าร่างกาย เรามาดูรายละเอียดกันนะคะ ความต้องการของเซลล์สิ่งแรก คือ ออกซิเจน ทุกเซลล์ในร่างกายต้องหายใจเพื่อให้มีชีวิตอยู่ ถ้าขาดออกซิเจน เซลล์จะตายภายใน 3 นาที การขาดออกซิเจนจะมีผลต่อสมองส่วนควบคุมเป็นอันดับแรก เพราะสมองใช้ออกซิเจน~ 20-25% ของออกซิเจนในร่างกาย การขาดอากาศบริสุทธิ์ทำให้การย่อยอาหารช้าลง แม้แต่เซลล์มะเร็ง ก็จะตายเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนสูง ๆ เราจึงควรหายใจรับอากาศที่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย และไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป ท่าทางก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ควรนั่งเดินด้วยหลังที่ตรงค่ะ สิ่งที่สองที่เซลล์ต้องการ คือ น้ำ ถ้าขาดน้ำเซลล์จะตายใน 2-3 วัน…

เซลล์-กำแพง-ความเข้มแข็ง-สังคม

เซลล์

ถ้าเรามองดูตัวเราแล้ว เราจะพบว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกาย คือ เซลล์ หลายเซลล์รวมกันเกิดเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายอันรวมกันเกิดเป็นอวัยวะ อวัยวะหลายอันรวมกันเกิดเป็นระบบ หลายระบบรวมกันกลายเป็นร่างกาย ขอยกตัวอย่างเล็กน้อยนะคะ เซลล์ของกระเพาะอาหารหลายเซลล์รวมกันเกิดเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อกระเพาะหลายอันรวมกันเกิดเป็นกระเพาะอาหาร เมื่อกระเพาะอาหาร รวมกับปาก ฟัน หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ตับอ่อน ถุงน้ำดี กลายเป็นระบบทางเดินอาหาร เมื่อระบบทางเดินอาหารรวมกับระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ได้เป็นร่างกาย เนื่องจากเซลล์เป็นส่วนสำคัญและทำหน้าที่ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เราจึงดูแลเซลล์ให้แข็งแรง เพราะถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงด้วย ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับบ้านหนึ่งหลังประกอบด้วยอิฐหลายก้อนมารวมกัน ถ้าอิฐแต่ละก้อนแข็งแรงบ้านทั้งหลังก็แข็งแรงค่ะ แต่ถ้ามีรูรั่วแล้ว หนู สัตว์อันตรายต่างๆ ก็อาจจะเข้ามาในบ้านได้ เมื่อฝนตกฝนก็สาดเข้ามา นานๆเข้า รูเล็กๆนั้นก็อาจจะขยายใหญ่ขึ้นและเกิดเป็นปัญหาใหญ่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูแลเซลล์ให้แข็งแรงค่ะ ดังพระคัมภีร์ข้อหนึ่งที่บอกว่า “คนที่สัตย์ซื่อในของเล็กน้อยจะสัตย์ซื่อในของมากด้วย…”  ลูกา 16:10 ทราบไหมคะว่า สิ่งที่เซลล์ต้องการมีอะไรบ้าง ใช่แล้วค่ะ สิ่งที่เซลล์ของเราต้องการ ก็คือ ออกซิเจน น้ำ สารอาหาร การกำจัดของเสีย และการป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายค่ะ…