บ้านเป็นสมบัติของทุกคนในครอบครัว

บ้านนั้นเป็นสมบัติของทุกคนในครอบครัว  หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ บ้านเป็นอาณาจักรของพ่อ เป็นโลกของแม่ และเป็นสวรรค์ของลูกๆ   ดังนั้นทุกคนในครอบครัวจึงมีส่วนในการเป็นเจ้าของ ทุกคนมีส่วนที่จะสร้างบ้านให้เป็นสวรรค์    ถ้าใครคนใดคนหนึ่งไม่มีความรู้สึกเป็นเจ้าของ  จะคิดว่า ธุระไม่ใช่ เป็นเรื่องของพ่อแม่เท่านั้น    แน่นอนที่สุด บ้านที่ควรจะเป็นบ้านก็จะเกิดขึ้น  ถ้าหากพ่อแม่และลูกๆมีความรู้สึกว่า  นี่เป็นบ้านของเรา  ทุกคนก็จะช่วยกันดูแลบ้านให้สวยงาม  สะอาด น่าอยู่ และมั่นคงปลอดภัย   ไม่ใช่เป็นเหมือนอย่างกับคนทำสวนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน  เวลาทำสวนหรือรดน้ำต้นไม้ก็จะทำไปโดยหน้าที่ให้เสร็จๆไป   ซึ่งต่างจากเจ้าของบ้านที่จะดูแลรักษาเป็นอย่างดีเพราะเป็นผู้ลงทุนชื้อต้นไม้มา   ความรู้สึกเช่นนี้ ช่วยให้เราทุกคนมีส่วนร่วมอย่างจริงจังเพราะเป็นเจ้าของบ้านร่วมกัน หลายครอบครัว บ้านไม่ได้เป็นสวรรค์  ไม่มีความสุข ก็เพราะผู้เป็นพ่อไม่มีความรู้สึกว่า เป็นอาณาจักรของเขา เขาไม่ได้เป็นหัวหน้าของบ้าน แต่ในความเป็นจริงแล้ว บ้านเป็นอาณาจักรของพ่อ      พ่อหลายคนมีความรู้สึกว่า   บ้านไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของภรรยา   เพราะเขามาแต่ตัว ก็ต้องไปแต่ตัว  อันนี้ถูกภรรยากรอกหู เวลาทะเลาะกับภรรยาหรือทะเลาะกับพ่อตาแม่ยาย  จนพ่อบ้านมีความรู้สึกว่า บ้านนี้ไม่ใช่ของเขา    เมื่อเป็นเช่นนี้ ความรับผิดชอบก็ไม่มี ความรู้สึกภูมิใจก็ไม่ตามมาและการที่จะทำบ้านให้เป็นสวรรค์ อยากอยู่บ้าน รักบ้านมันก็ไม่เกิดขึ้น   ดังนั้น  คุณผู้หญิงที่เป็นภรรยาที่พ่อแม่ทิ้งมรดกไว้ให้มาก และมีบ้านเป็นของตัวเอง  เมื่อท่านมีสามี และตัดสินใจรักเขา อยู่ร่วมชีวิตกับเขาแล้ว ก็ไม่ควรยึดถือหรือคำนึงถึงทรัพย์สินภายนอกกาย   แต่ควรคำนึงถึงทรัพย์สินภายในกาย คือ…

เข่าเสื่อม ครั้งที่ 3

เราได้นำเสนอเรื่องเข่าเสื่อมกันไปบ้างแล้วนะคะ ขอทบทวนสั้นๆ ถึงวิธีที่จะช่วยลดอาการปวดข้อเข่าของท่านที่สามารถทำได้ นะคะ เช่น การประคบโดยใช้ความร้อนหรือความเย็น ควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักและการใช้ข้อเข่ามากเกินไป ควรหลีกเลี่ยงท่างอเข่ามากๆ เช่น ท่าพับเพียบ ขัดสมาธิเป็นต้นค่ะ และที่สำคัญอย่าลืมควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติค่ะ การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันก็สำคัญสำหรับข้อเข่าเช่นกันนะคะ เพราะจะช่วยให้ร่างกายสร้างน้ำหล่อลื่นเข่าได้เพียงพอ ถ้าน้ำในข้อน้อยเกินไปก็อาจจะทำให้การเคลื่อนไหวฝืดๆได้ค่ะ มีผู้กล่าวว่า การตากแดดก็ช่วยลดอาการปวดข้อเข่าได้ท่านอาจจะปิดหน้าหรือส่วนอื่นของร่างกายที่ไม่ต้องการให้โดยแดดและให้แสงแดดส่องที่ข้อพับเข่าข้างที่ปวดค่ะ นานประมาณ 20-30 นาที วันละครั้ง ประมาณ 5-7 วันค่ะ ลองทำดูนะคะ ไม่เสียหาอะไรค่ะ แถมยังได้ผลดีอีกด้วย เพราะแสงแดดจะเปลี่ยนไขมันใต้ผิวหนังเป็นวิตามินดี ซึ่งช่วยในการดูดซึมแคลเซียมของร่างกายค่ะ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง รองเท้าที่ท่านสวมใส่มีความสำคัญมากนะคะ ถ้าท่านใส่รองเท้าที่ดี จะช่วยรองรับน้ำหนักและแรงกระแทกที่เกิดขึ้นกับข้อต่อของเท้าและเข่าได้ ดิฉันเคยมีประสบการณ์ใส่รองเท้าสวยๆ เพราะอยากสวย แต่เดินก็ไม่ค่อยสบายเท้า แต่เพราะอยากสวยก็ทนเอานะคะ ปกติเป็นคนชอบเดิน ตอนนั้นต้องเดินขึ้นลงสะพานลอยข้ามถนนบ่อยๆ เวลาเดินลงก็จะรู้สึกปวดเข่าจี๊ดๆ เป็นแบบนี้บ่อยๆ ก็ชักกังวลว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า แล้วก็มานึกสงสัยว่า เอ เราก็อายุยังไม่มากจนน่าจะเกิดโรคข้อเสื่อม ทำไมถึงปวดเข่าได้ ก็ขอบคุณพระเจ้านะคะ เมื่อนึกไปนึกมาก็รู้ว่า เป็นจากรองเท้าคู่สวยนี่เอง จำได้ว่ารองเท้าคู่นั้นมีส้นซึ่งไม่สูงมากด้วย แต่เนื่องจากไม่เหมาะสมกับเท้า ทำให้การลงน้ำหนักไม่มีการกระจายที่ดี ก็เลยทำให้ปวดข้อขึ้นมา เมื่อเปลี่ยนรองเท้ามาเป็นคู่ที่ใส่สบาย ถึงแม้หน้าตาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่…

เข่าเสื่อม ครั้งที่ 2

ข้อเข่าเสื่อม เป็นภาวะการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่บุอยู่บนผิวข้อต่อของกระดูกเข่า อาการของผู้ที่มีปัญหาข้อเสื่อมที่พบได้ ก็คือ อาการปวดเข่า หรือปวดขัดในข้อ โดยเฉพาะเวลานั่งยองๆ แล้วลุกขึ้นค่ะ บางท่านอาจจะมีเสียงในข้อเข่าเวลาเคลื่อนไหวข้อ นอกจากนี้บางท่านจะพบว่า ข้อเข่าเริ่มแข็ง ติดขัด เมื่องอเข่าก็จะเหยียดได้ไม่สุด ถ้าเป็นมากหรือเรื้อรังนานๆ เข่าจะบวม และมีน้ำขังในข้อ บางรายเข่าจะผิดรูปไปจากปกติ เอ แล้วถ้าเช่นนั้น ควรจะทำอย่างไรดีคะ เมื่อปวดเข่าขึ้นมา เมื่อท่านมีอาการปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อม โดยไม่มีการอักเสบ บวมแดง ร้อนของข้อ ท่านสามารถลดอาการปวดได้ โดยใช้ผ้าขนหนูห่อกระเป๋าน้ำร้อน วางประคบรอบๆเข่า นาน 15-30 นาที วันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น นอกจากนี้การถูเข่าด้วยน้ำแข็งก็ช่วยลดอาการปวดได้เช่นกัน ควรพักเข่าข้างที่ปวด อย่าพึ่งเดินเยอะนะคะ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้อาการปวดกำเริบ เช่น ยกของหนักเกินกำลัง การยืนหรือเดินนานๆ การเดินขึ้นลงบันไดบ่อยๆ หรือเล่นกีฬาที่หักโหม ไม่ควรนั่งในท่างอเข่า เช่น พับเพียบ ขัดสมาธิ คุกเข่า หรือนั่งยองๆ เป็นต้น ท่านผู้ฟังควรจะนั่งบนเก้าอี้ห้อยขา หรือนั่งในท่าขาเหยียดตรง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรนั่งนานๆ…

เข่าเสื่อม ครั้งที่1

ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนที่บุอยู่บนผิวข้อต่อของกระดูกเข่า จริงๆแล้ว พระเจ้าทรงสร้างให้กระดูกอ่อนที่บุอยู่บนผิวข้อกระดูกทำหน้าที่ลดแรงกระแทกค่ะ เมื่อเราเดินหรือกระโดด กระดูกอ่อนจะช่วยให้ข้อกระดูกไม่เสียดสีกันโดยตรง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและสารเคมีภายในข้อเกิดขึ้น ทำให้กระดูกอ่อนที่บุผิวข้อเกิดการสึกกร่อน ผลคือ เมื่อเราเคลื่อนไหวข้อ ผิวข้อกระดูกสองด้านที่สึกกร่อนและขรุขระก็จะมีการเบียดหรือเสียดสีกันโดยตรง และเกิดการอักเสบเรื้อรังขึ้นภายในข้อกระดูก ในขณะเดียวกันร่างกายจะเกิดกระบวนการซ่อมแซมข้อ ผลคือ ทำให้มีหินปูนหรือปุ่มงอก (osteophyte) เกิดขึ้น เกาะอยู่รอบๆ ผิวข้อ ในบางครั้งหินปูนนี้บางส่วนอาจจะแตกหัก เกิดเป็นเศษหลุดเข้าไปในข้อ ซึ่งทำให้ขัดขวางการเคลื่อนไหวของข้อได้ ผลคือ เกิดอาการปวดข้อ ข้อติด ข้อแข็ง และเคลื่อนไหวลำบาก บางท่านก็จะเดินกระเผลก ทรมานมากค่ะ ว่า มีปัจจัยใดบ้างที่ทำให้เกิดข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของการเสื่อมของข้อ เชื่อว่าเกิดจากปัจจัยหลายอย่างรวมๆ กัน เช่น 1. อายุที่เพิ่มขึ้น – อายุที่เพิ่มมาพร้อมกับความเสื่อมของร่างกายค่ะ จะเสื่อมเร็วหรือช้า มากหรือน้อยขึ้นกับว่า คนคนนั้นดูแลตนเองดีมากน้อยแค่ไหน ผู้ที่ไม่ดูแลสุขภาพ เช่น ดื่มเหล้า สูบบุหรี่ นอนดึก ร่างกายก็จะยิ่งทรุดโทรมและเสื่อมเร็วขึ้น 2. ข้อเข่าถูกใช้รับน้ำหนักมาก ต้องยืน เดิน เป็นประจำ หรือข้อเข่าอยู่ในท่าที่ถูกกดพับมากเกินไป เช่น นั่งคุกเข่า…

แนวทางการสั่งสอนบุตร

            เรื่อง แนวทางการสั่งสอนบุตร ซึ่งเราจะพูดถึงเด็กในวัยเริ่มเข้าเรียน นั่นคือ  เด็กอายุระหว่าง 6-12 ขวบ นะค่ะ     เด็กในวัยระยะนี้จะค่อยๆเจริญเติบโตอย่างช้าๆ      จนเมื่อมาถึงวัย 10-12 ปี เด็กก็จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะเด็กผู้หญิง การเจริญขึ้นทางด้านความสามารถ เด็กในวัยนี้จะรู้จักใช้เหตุผลต่างๆอธิบายความคิดเห็นของตนได้แล้ว ในด้านภาษา เด็กเริ่มจะรู้จักภาษาได้กว้างขึ้นและเรียนรู้จักภาษาพูดมากขึ้น เด็กในวัยนี้   มีปัญหา 2 อย่างเกี่ยวกับการปรับตัวที่จะต้องเจออย่างแน่นอน เมื่อเริ่มไปโรงเรียน  ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจกระทบกระเทือน  ต่อจิตใจและอารมณ์ของเด็กได้ ถ้าพ่อแม่แก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไม่ถูกต้อง  ปัญหาทั้ง 2 อย่างนี้ก็คือ (1)  การปรับตัวของเด็กในระยะแรกๆของการเข้าโรงเรียน    (2)  การปรับตัวของเด็กให้เข้ากับพวกเพื่อนๆและครูบาอาจารย์    ปัญหาทั้ง 2 อย่างนี้ถ้าพ่อแม่ไม่เอาใจใส่หรือแก้ไขให้ถูกต้องแล้ว ก็จะส่งผลเสียต่อจิตใจและชีวิตของเด็กเป็นอย่างมาก ประการแรก   ปัญหาที่เด็กในวัยนี้จะต้องพบก็คือ การปรับตัวของเด็กในการเข้าโรงเรียนในระยะแรก การปรับตัวของเด็กในระยะแรกที่เข้าโรงเรียนใหม่ๆ นั้นเป็นระยะที่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่คุณพ่อคุณแม่ควรจะให้ความสนใจเป็นพิเศษ  เพราะโดยปกติแล้ว เด็กอายุ 1-5 ขวบ มักจะเคยชินอยู่กับบรรยากาศภายในบ้าน ซึ่งได้รับความรัก การดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่  พวกพี่ๆ และญาติๆทั้งหลาย เด็กก็ย่อมจะมีความรู้สึกอบอุ่นมาก  จนไม่อยากจะออกไปไหน ไม่อยากจากอกแม่ไปไกล      …

การดูแลดวงตา

เราทุกคนทราบดีว่า ดวงตาเป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นนะคะ ถ้าเรามองไม่เห็น ชีวิตของคงมืดมน วันนี้ทางรายการของเรามีคำแนะนำวิธีการดูแลดวงตามาฝากท่านผู้ฟังค่ะ 1. ไม่มองแสงแดดหรือจ้องไปยังดวงอาทิตย์ค่ะ 2. เมื่อท่านจะอ่านหนังสือหรือใช้คอมพิวเตอร์ ขอให้ทำในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอนะคะ 3. รับประทานอาหารที่มีคุณค่าอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะพืชผักผลไม้ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยป้องกันโรคจอตาเสื่อม โรคต้อกระจก และโรคอื่นๆ ได้ค่ะ และอย่าลืมดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยนะคะ อย่างน้อยประมาณวันละ 8-12 แก้วค่ะ 4. นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ เพราะขณะที่เรานอนหลับ ดวงตาของเราได้พักผ่อน และยังเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรออีกด้วย นอกจากนี้การพักสายตาเป็นระยะขณะที่ท่านผู้ฟังอ่านหนังสือหรือทำงานที่ใช้สายตาก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน โดยควรพักครั้งละ 5-10 นาทีทุกๆ ชั่วโมงค่ะ โดยหลับตานิ่งๆ หรือปล่อยให้สายตาทอดมองวัตถุในระยะไกล 5. หลีกเลี่ยงฝุ่นหรือเชื้อโรคเข้าตาและอย่าใช้มือที่ไม่สะอาดขยี้ตานะคะ เพราะจะทำให้ตามีการอักเสบติดเชื้อได้ค่ะ 6. ระยะห่างระหว่างสายตากับหนังสือหรือคอมพิวเตอร์ก็มีส่วนสำคัญนะคะ เพราะอาจจะทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาทำงานหนักเพิ่มขึ้นได้ถ้าเรามองใกล้หรือไกลเกินไป สำหรับจอคอมพิวเตอร์ควรห่างประมาณ 50-70 ซม. ค่ะ ถ้าเป็นหนังสือ ควรห่างประมาณ 30-40 ซม. ค่ะ 7. ควรสวมแว่นกันแดดเป็นประจำเมื่อออกแดดหรือต้องใช้สายตาในที่มีแสงมากเพื่อป้องกันโรคตาบางชนิด เช่น ต้อลม ต้อเนื้อ กระจกตาเป็นฝ้า ต้อกระจก…

ลดความอ้วนกันหน่อยนะ ครั้งที่ 7

ถ้าท่านผู้ฟังต้องการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ให้ได้ผล ท่านจะต้องฝึกให้ร่างกายใช้พลังงานวันละ 500 กิโลแคลอรี นะคะ จะสามารถลดน้ำหนักได้สัปดาห์ละประมาณครึ่งกิโลกรัมค่ะ พลังงาน 500 กิโลแคลอรี นี้ได้จาก การวิ่งเหยาะติดต่อกันนาน 30-45 นาที , เต้นแอโรบิคแดนซ์ 45 นาที, เล่นฟุตบอล 60 นาที, หรืออาจจะเป็นการว่ายน้ำ 30 นาที ค่ะ แต่สำหรับท่านผู้ฟังที่ต้องการใช้วิธีออกกำลังกายควบคู่ไปกับการจำกัดอาหาร ท่านควรฝึกการออกกำลังกายที่ใช้พลังงานวันละ 250 กิโลแคลอรี และตัดพลังงานออกจากอาหารวันละ 250 กิโลแคลอรี ท่านก็จะลดน้ำหนักลงได้ สัปดาห์ละ ½ กิโลกรัมค่ะ พลังงาน 250 กิโลแคลอรี ได้จากการวิ่งเหยาะประมาณ 15 นาที , แอโรบิคแดนซ์ 25-30 นาที, ว่ายน้ำ 12-15 นาที, หรือเดินเร็ว 45 นาทีค่ะ ส่วนอาหารที่ให้พลังงาน 250 กิโลแคลอรี นั้นอาจจะมาจาก…

การอบรมสอนบุตรในครอบครัว

ปัจจุบันเด็กในสังคมมีปัญหามากมาย   ขาดความรัก   ความอบอุ่น   ถูกทอดทิ้ง  ว้าเหว่   บ้างมีพ่อที่ไปทางและแม่ไปทาง มีพ่อเลี้ยงหรือแม่เลี้ยงทำให้ไม่อยากอยู่บ้าน    บางคนอาจจะมีพ่อแม่อยู่ครบ   แต่อยู่ในบ้านที่ไม่เป็นบ้านสักเท่าไร  จึงไม่เป็นที่น่าอยู่สำหรับลูก ทำให้เด็กไม่อยากอยู่      เลยหนีออกจากบ้านไป ประพฤติตัวเสเพล       ทำตามใจตนเอง    ใช้ชีวิตเหลวแหลก    บ้างก็ประชดชีวิต ประชดพ่อแม่     มีพฤติกรรมอยู่ในมุมมืดที่ผู้ใหญ่คาดไม่ถึง      ตามที่เราเคยได้ยินได้ฟังข่าวเกี่ยวกับเด็กๆที่น่าสงสารเหล่านั้น เราไม่ได้กล่าวเน้นถึงด้านการเลี้ยงดูหรือการดูแลลูกในแง่ของสภาพความเป็นอยู่ทางร่างกาย เช่น    จะกินจะนอนอย่างไร เราอาจจะพูดถึงบ้าง แต่เน้นที่คุณภาพชีวิตด้านพฤติกรรม ระเบียบวินัย นิสัยใจคอ คุณธรรมและศีลธรรมมากกว่า  ปัจจัยที่จะสร้างเด็กให้ได้ดีนั้น อันดับหนึ่ง ก็คือบ้าน     ไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่สิ่งแวดล้อม  โรงเรียนและสิ่งแวดล้อมรอบบ้านเป็นอันดับสองและสามตามมา แต่อันดับแรกที่จะช่วยหล่อหลอมมนุษย์    ให้เป็นคนดีหรือคนไม่ดี    เป็นคนมีระเบียบหรือเป็นคนไม่มีระเบียบ   เป็นคนใจแคบหรือใจกว้าง ก็คือ  บ้าน  เพราะบ้านหรือครอบครัวเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง     อย่าลืมว่าบ้านนั้นเป็นได้ถึงเจ็ดอย่างในชีวิตของเด็ก    บ้านในลักษณะที่เป็นครอบครัวเป็นเหมือนศูนย์กลางของชีวิตคน   ก็อยากจะขอเสนอดังนี้ว่า    บ้านนั้นเป็นได้ถึงเจ็ดอย่างสำหรับลูก    นั่นคือ บ้านเป็นบ้านสำหรับลูก                                     5.  บ้านเป็นโบสถ์  วิหาร ศาสนา สำหรับลูก บ้านเป็นโรงเรียนสำหรับลูก                                6.  บ้านเป็นโรงพยาบาล สำหรับลูก…

ลดความอ้วนกันหน่อยนะ ครั้งที่ 6

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงแนวทางการลดน้ำหนักผ่านทางการควบคุมอาหารกันต่อนะคะ ดิฉันขอสรุปแนวทางการควบคุมอาหารดังนี้นะคะ หลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานสูง ไม่ว่าจะเป็นของทอด ขนม น้ำหวาน น้ำอัดลมต่างๆ ดังที่เราได้เคยคุยกันไปในรายการที่ผ่านมา เลือกรับประทานอาหารที่ให้พลังงานต่ำ เช่นอาหารที่ใช้วิธีการต้ม นึ่ง หรือ ลวก เลือกอาหารที่ไม่ได้ผ่านขบวนการและการขัดสี เพราะจะมีเส้นใยอาหารซึ่งจะช่วยให้อิ่ม เช่น เลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว ให้รับประทานผักและผลไม้มากกว่า 5 ส่วน/วัน ถั่วและธัญพืช 6 ส่วน/วัน รับประทานอาหารในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่ผ่านขบวนการ เช่น ผักลวก ดีกว่า อาหารกระป๋องนะคะ รับประทานอาหารให้หลากหลายชนิด ที่สำคัญอาหารที่รับประทานควรมีความสมดุล คือมีความหลากหลาย ให้สารอาหารครบ 5 หมู่ และในสัดส่วนที่พอเหมาะ นี่คือหัวใจของการกินดีค่ะ เรียนรู้กรรมวิธีการประกอบอาหาร ลดการใช้น้ำมัน เช่น เลือกอาหารปิ้ง-อบ แทนอาหารทอด-ผัด หรือท่านอาจจะผัดผักด้วยน้ำแทนการผัดด้วยน้ำมัน เลือกดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำชนิดอื่นๆ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มสำเร็จรูป เช่น น้ำอัดลม กาแฟเย็น ชาเย็น เป็นต้น ลดการใช้น้ำมัน เนย น้ำจิ้ม น้ำซอสต่างๆ น้ำราดต่างๆ…

ลดความอ้วนกันหน่อยนะ ครั้งที่ 5

วันนี้เราจะมาคุยกันถึงแนวทางการลดน้ำหนักค่ะ นอกจากการออกกำลังกายและการเพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการลดน้ำหนักแล้ว การควบคุมอาหารก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ขอสรุปแนวทางการควบคุมอาหารดังนี้นะคะ หลีกเลี่ยงอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น ของทอด น้ำหวาน น้ำอัดลมต่างๆ ขอยกตัวอย่างเปรียบเทียบเล็กน้อยนะคะ ก๋วยเตี๋ยวน้ำน่องไก่ตุ๋น 1 ถ้วย ขนาด 450 กรัม ให้พลังงาน 428 กิโลแคลอรี แต่เมื่อนำเส้นก๋วยเตี๋ยวนี้มาทำเป็นผัดซีอิ๊วใส่ไข่ 1 จานขนาด 350 กรัม ให้พลังงาน 679 กิโลแคลอรี ให้พลังงานส่วนเกินเพิ่มขึ้นมาถึง 251 กิโลแคลอรี ถ้าท่านผู้ฟังรับประทานข้าวมันไก่ 1 จานขนาด 300 กรัม ท่านจะได้รับพลังงาน 593 กิโลแคลอรี แต่ถ้ารับประทานข้าวมันไก่ทอด จะได้ 693 กิโลแคลอรี เพิ่มมา 100 กิโลแคลอรี ค่ะ ในขณะที่ถ้าท่านเลือกรับประทาน ข้าวราดผัดผักบุ้งไฟแดงและไข่ดาว 1 จาน ขนาด 344 กรัม จะได้รับ…