ปัญหาของเซลล

เราทราบกันว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรง ปัญหาของเซลล์ที่พบได้ คือ 1. เซลล์เสื่อมก่อนวัย ทำให้เกิดการชรา และการตายก่อนวัยอันควร  2. เซลล์ติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น เซลล์อาจจะถูกทำลายได้  3. เซลล์กัดกันเอง เช่น ในกรณีของโรค SLE เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งปกติจะต้องมากำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่กลับมาโจมตีร่างกายตนเอง ทำให้เกิดปัญหามากมาย เช่น เกิดภาวะซีด ข้ออักเสบ ผมร่วง เป็นต้น ปัญหาข้อสุดท้ายของเซลล์ คือ เซลล์กบฏ ค่ะ เช่นในกรณีของมะเร็ง เซลล์ที่กำลังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนควรจะหยุดการแบ่งตัวในเวลาที่เหมาะสมตามคำสั่งของร่างกาย แต่กลับเพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมโตเต็มที่ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งร้ายขึ้นมาได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ยอมฟังคำสั่งของร่างกายนั่นเองค่ะ ปัญหาเหล่านี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเซลล์ของเรานะคะ การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีนั้น ประกอบด้วย 3 ด้านค่ะ คือ ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ทั้งสามด้านต้องแข็งแรงและปกติ เราจึงจะมีความสุข บางคนมีสุขภาพกายแข็งแรง แต่มีปัญหาทางด้านจิตใจ เช่นซึมเศร้า ก็คงไม่มีความสุขค่ะ ในการแบ่งปันเรื่องสุขภาพจึงแยกเรื่องทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณออกไปจากสุขภาพกายไม่ได้ค่ะ ถ้าเปรียบเทียบปัญหาของเซลล์กับชีวิตทางด้านจิตวิญญาณ เช่น ปัญหาของชีวิตคริสเตียน ก็จะได้ดังนี้นะคะ 1. คริสเตียนละทิ้งความเชื่อ เลิกเชื่อพระเจ้าและพระเยซูก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา 2. คริสเตียนมีจิตวิญญาณอ่อนแอ เมื่อซาตานทดลองก็พ่ายแพ้ เปรียบเหมือนกับเซลล์ที่ติดเชื้อโรค 3. คริสเตียนปราศจากความรักในหัวใจ ก็เลยทำให้มีการทะเลาะกันเอง มีการนินทาว่ากล่าวใส่ร้ายต่อกันและกัน เป็นการกัดกันเองเหมือนเซลล์ 4. คริสเตียนไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าค่ะ ลับมาเรื่องเซลล์กันต่อนะคะ การจะป้องกันไม่ให้เซลล์เกิดปัญหาดังที่กล่าวมานั้น สามารถทำได้โดยให้สิ่งที่เซลล์ต้องการแก่เซลล์ ซึ่งประกอบด้วย 1. ออกซิเจน อย่าลืมเตือนตัวเองให้หายใจลึกๆ …. เปิดหน้าต่างให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามา 2. น้ำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว 3. สารอาหาร ขอให้เน้นรับประทานอาหารที่มาจากพืช  4. การกำจัดของเสีย เช่นการอาบน้ำ ขัดขี้ไคลออกไปจากผิวหนัง และข้อสุดท้ายคือ การป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่นหลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ นี่คือสิ่งที่เซลล์ต้องการค่ะ ถ้าเช่นนั้นชีวิตของคริสเตียนต้องการอะไร เพื่อจะให้สุขภาพจิตวิญญาณของคริสเตียนแข็งแรง เติบโตเข้มแข็งและปราศจากปัญหาที่กล่าวมา ได้แก่ การละทิ้งความเชื่อ พ่ายแพ้การทดลอง ทะเลาะกัน หรือการไม่เชื่อฟังพระเจ้า สิ่งที่ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณต้องการก็คือ 1. การอ่านพระคัมภีร์ซึ่งเปรียบได้กับอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ 2. การอธิษฐานซึ่งเปรียบได้กับออกซิเจนของจิตวิญญาณ 3. การมีความรักในหัวใจซึ่งแสดงออกโดยการเป็นพยาน การเห็นอกเห็นใจ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 4. การทูลขอพระโลหิตของพระเยซูชำระเราจากความผิดบาปที่ได้ทำลงไป เปรียบเหมือนกับการกำจัดของเสียออกไปจากร่างกาย 5. ทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกวัน เพื่อชีวิตของพระเยซูจะเป็นชีวิตของเรา และเราจะได้มีกำลังที่จะเอาชนะความบาป เปรียบได้กับการไม่รับสารพิษเข้ามาสู่ชีวิตจิตวิญญาณของเราค่ะ ขอให้พระเจ้าทรงอวยพระพรท่านผู้ฟังทุกท่านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณค่ะ

ข้อคิดเพื่อการดำรงชีวิตในสภาวะปัจจุบัน

2 โครินธ์ 5 : 17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป  นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น 1 เปโตร 4 :  8 ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้ สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบันนั้นก็คือ ถ้อยคำที่จริงจังแน่นอนจากผู้คน ลูกที่ทำให้พ่อแม่มีความสุขอยู่เสมอ คนที่รู้ใจทุกอย่าง คนที่รักเราจริงๆ ต้องการความรักอย่าบีบบังคับความรัก..เพราะความรักไม่อาจสร้างได้ด้วยการบีบบังคับให้เกิดขึ้นตามที่ต้องการ..แต่ความรักเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขโดยตัวของมันเอง..จากประสบการณ์..จากความเข้าใจ..และจากการเรียนรู้ . มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยขัดใจคนที่ตนรักใคร่เอ็นดู..เขาชอบสิ่งใดก็จะให้สิ่งนั้น..แม้เขาไม่ขอก็ยังอยากจะเสนอให้..เป็นความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ได้ทำให้กับคนที่ตนรัก แต่บางอย่างสำหรับบางคนอาจจะเห็นว่าทำได้ยาก..ซึ่งในความเป็นจริงอยากจะบอกว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินกว่าที่เราจะกระทำเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาความรักให้เกิดขึ้นในชีวิต..โดยอาศัยหลักง่ายๆ  4 ข้อก็คือ ฝืนทำ (แรกๆ  ที่ฝืนทำจะรู้สึกไม่คล่องแต่ต้องแข็งใจทำต่อไป) ฝึกบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยที่ดีงาม ข่มจิตใจ..อย่าเพิ่งเลิก..อย่าเพิ่งท้อถอย..ถ้าผลที่กระทำออกมาไม่ถูกใจ..จงข่มใจทำต่อไป ลดความเป็นตัวเองลงไป..ต้องหมั่นลดความเป็นตัวเองอย่ามี Ego สูงมากนัก..หรือคิดถึงแต่มาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา..เพราะจะทำให้ไม่สามารถรับสิ่งดีใดๆ ได้เลย.. ทุกคนมีความสามารถ..มีความถนัดเป็นของตนเอง..เขาเหล่านั้นย่อมจะสบายใจเมื่อได้อยู่ในสังคมที่ชื่นชมในความถนัดของเขา..เพราะจะทำให้เขาเป็นคนเด่นมีความสำคัญในสังคมนั้น..แต่เขาจะรู้สึกด้อยเมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมที่มิได้รู้สึกยกย่องในความถนัดหรือความสามารถของเขา คำติหรือคำชม ของคนนั้นไม่มีอะไรแน่นอนนัก..คนดีแสนดีคนเขาก็ติถ้าเขาไม่ชอบ..คนเลวแสนเลวก็ยังมีคนชมเมื่อเขาชอบ  ดังนั้นสำหรับมนุษย์แล้วทางที่ดีที่สุดก็คือ  ใครจะติ ใครจะชม ก็ปล่อยไป  ให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด.. คนส่วนใหญ่กลัว  “เขาว่า”  มากเหลือเกิน  คำว่า  “เขาว่า”  หมายถึงคนทั้งหลายอื่นๆ  นอกจากตัวเอง..บางคนถึงแม้จะแน่ใจว่าสิ่งนี้ดีถูกต้องแล้ว..แต่ก็ไม่กล้าทำเพราะเสียง   “เขาว่า”   ดังนั้น คำว่า …