บทความ

การแต่งงาน คือความสัมพันธ์ใหม่

พระคัมภีร์  กล่าวว่า “เพราะเหตุนั้น ผู้ชายจึงจากบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน” (ปฐก. 2:24)  คำว่า “จากไป”  หมายถึง  การละจากความสัมพันธ์ซึ่งเคยมีมาแต่เดิมกับพ่อแม่ เป็นการละจากพ่อแม่เพื่อไปสร้างความสัมพันธ์ใหม่หรือตั้งครอบครัวใหม่    แต่น่าเสียดายหลายคนไม่ได้  “ละจากความสัมพันธ์” ที่มีกับพ่อแม่ของเขา    เมื่อแต่งงานไป แม้ร่างกายจะจากพ่อแม่ไปอยู่กับคู่สมรส  แต่จิตใจเขายังยึดติดอยู่กับพ่อแม่  ซึ่งตามจริงแล้วควรยึดติดกับคู่สมรสต่างหาก ที่สมควรเข้ามาแทน การละจากไม่ได้หมายความว่า ให้เขาละเลย  ทอดทิ้ง หรือ ไม่ให้เกียรติพ่อแม่ของตนอีกต่อไป   แต่สามีและภรรยาจำต้องละจากความสัมพันธ์ที่เคยยึดติดอยู่กับพ่อแม่  เป็นการออกจากการครอบครองของพ่อแม่ในครอบครัวเดิม เพื่อมาดูแลและรับผิดชอบต่อคู่สมรสของตน ในครอบครัวใหม่ นั่นเอง ส่วน “การผูกพัน” ของคู่สมรส เป็นการเชื่อมกัน เกาะกัน  ติดกัน  ฉะนั้นเมื่อผู้ชายไปผูกพันอยู่กับภรรยา  เขาทั้งสองก็จะเป็นเนื้อเดียวกัน    คำว่า “เนื้อเดียวกัน”  ตามที่พระคัมภีร์ใช้นี้ เป็นคำที่สวยงาม หมายถึง  การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ตลอดไปของชีวิตสมรสตามพระประสงค์ของพระเจ้า    การเป็นเนื้อเดียวกัน หมายถึง การเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในลักษณะที่พิเศษ  คือ คู่สมรสต่างทุ่มเท ทั้งตัวและหัวใจทั้งหมด เพื่อร่วมชีวิตอย่างสนิทสนม แนบแน่นในทุกด้าน โดย มีความสัมพันธ์…

อาหารเป็นพิษ

วันนี้มีเรื่องของหลานสาวมาเล่าให้ฟังค่ะ เมื่อตอนที่หลานสาวของดิฉันอายุประมาณ 3 ½ ปี บ่ายวันหนึ่งคุณครูที่โรงเรียนโทรมาหาน้องสาวของดิฉัน บอกว่า ลูกสาวอาเจียนหลายครั้งและร้องไห้ น้องสาวของดิฉันก็ออกจากที่ทำงานไปรับลูกที่โรงเรียน พบว่า เด็กน้อยอาเจียนหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายมีน้ำเขียวๆ ออกมาด้วย ไม่มีไข้ ไม่ท้องเสีย ดิฉันมีโอกาสคุยกับน้องสาว ก็ถามยืนยันว่า หลานสาวร้องไห้หลังจากอาเจียนใช่ไหม  ไม่ใช่อาเจียนหลังจากร้องไห้นะ ที่ถามเช่นนี้เพราะว่า ในเด็กเล็กนั้น ปัญหาการอาเจียน อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบบ่อยๆ เช่น โรคทางเดินอาหารอักเสบเฉียบพลัน (gastroenteritis) เด็กก็อาจจะมีทั้งอาการอาเจียนและถ่ายเหลว การแพ้อาหาร การติดเชื้อหวัดไวรัสต่างๆ ก็ทำให้อาเจียนได้ ความเครียดวิตกกังวล เช่นเด็กพึ่งเข้าโรงเรียนต้องมีการปรับตัวมาก ก็ทำให้อาเจียนได้ อาหารเป็นพิษ  การกินมากเกินไป หรือแม้แต่การร้องไห้มากๆ ก็ทำให้เด็กอาเจียนได้นะคะ รวมไปถึงโรคที่ต้องรักษาอย่างรีบด่วน เช่น สมองอักเสบและมีความดันในสมองสูง ซึ่งนอกจากอาเจียนแล้ว มักจะมีไข้ อาการอื่นๆ รวมทั้งอาการซึมร่วมด้วย เนื่องจากหลานไม่มีไข้ ไม่ซึม ชีพจรก็ปกติไม่มีลักษณะขาดน้ำ พอหยุดอาเจียนก็ดูร่าเริงดี ดิฉันกับน้องก็เลยใจเย็น และคิดว่า อาจจะเป็นจากอาหารที่กินเข้าไป ดิฉันถามหลานสาวทางโทรศัพท์ว่า ครั้งสุดท้ายที่อาเจียนสีเขียวๆ นั้นมีรสขมหรือเปล่า…

การดูแลดวงตา

กล้ามเนื้อตาล้า คือการปวดหัว ปวดตา ที่เกิดขึ้นเวลาทำงานที่ต้องใช้สายตาใกล้ในงานละเอียด เนื่องจากตาทำงานใช้สายตาใกล้ๆนานๆไม่ได้ เรียกว่าดวงตาเกิดภาวะตึงเครียดขึ้น ซึ่งอาจตามด้วยความยากลำบากในการโฟกัสภาพหรือมองเห็น นอกจากนี้ปัญหาตาแห้ง ปวดศีรษะ การทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์หรือเครื่องฉาย-แสดงข้อมูล จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการกล้ามเนื้อตาล้า และนำไปสู่โรคการมองเห็น อันเนื่องมาจากคอมพิวเตอร์ได้ ท่านควรเข้ารับการตรวจสายตาอย่างน้อยปีละครั้ง หรือมากกว่านั้นหากสายตามีปัญหานะคะ อาการที่บ่งบอกถึงปัญหาทางสายตามีดังนี้ค่ะ มีปัญหาในการใช้สายตาหรือการอ่าน เห็นภาพซ้อน มีอาการปวดศีรษะเมื่อต้องใช้สายตามาก วิงเวียนหน้ามืดง่าย เจ็บปวดบริเวณดวงตา น้ำตาไหลบ่อยๆ หรือตาแห้งค่ะ สำหรับเคล็ดลับเพื่อลดอาการกล้ามเนื้อตาล้าจากการใช้งานคอมพิวเตอร์มีดังนี้ค่ะ จัดโต๊ะทำงานให้ได้ระยะ เพื่อให้ระยะห่างระหว่างตัวท่านผู้ฟังกับหน้าจอที่พอเหมาะคือประมาณ 50-70 ซม. โดยที่ท่านสามารถนั่งในท่าทางที่สบายและถูกสุขลักษณะ สายตาของท่านผู้ฟังควรอยู่ในระดับขอบบนของหน้าจอคอมพิวเตอร์ค่ะ ในกรณีที่ท่านผู้ฟังต้องพิมพ์งานจากเอกสารนะคะ ท่านควรกำหนดระยะห่างระหว่างเอกสารกับดวงตาให้เท่ากันกับระยะห่างจากดวงตากับคอมพิวเตอร์ เพื่อไม่ให้ประสาทตาต้องปรับระยะโฟกัสอยู่บ่อยครั้ง หรือจะหาที่วางเอกสารสูงเท่าหน้าจอมาวางไว้ข้างๆ จอคอมพิวเตอร์ก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ ปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะกับสายตาของตัวเอง และดูให้แน่ใจว่าความสว่างของหน้าจอ และความสว่างของสภาพแวดล้อมหลังจอนั้นใกล้เคียงกัน ดวงตาจะได้ไม่ต้องปรับตัวทุก 5 วินาที เช่น ไม่ควรวางหน้าจอไว้ด้านหน้าต่างหรือมุมที่มืดทึบค่ะ ถ้าท่านผู้ฟังใช้แสงสว่างจากโคมไฟส่องไปยังหน้าจอ ควรให้แสงมาจากด้านบนหรือด้านหลังของท่านค่ะ และความสว่างที่เหมาะสมอยู่ที่ระดับ 300-500 Lux  ควรติดแผ่นกรองแสงที่หน้าจอด้วยค่ะ ท่านควรเลือกขนาดและแบบตัวอักษรสำหรับใช้งานที่ทำให้ท่านรู้สึกสบายตา ขนาดที่เล็กเกินไปจะเป็นสาเหตุของความดันโลหิตและความเครียดสูงได้ เติมระดับความชื้นในอากาศ โดยวางแจกันดอกไม้หรือกระถางต้นไม้เล็กๆ ไว้ใกล้ๆ หรือสเปรย์น้ำขึ้นไปในอากาศ…

ชีวิตสมรสแบบคริสเตียน

ขณะที่ครอบครัวในสังคมไทย  กำลังเปราะบางและมีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย  เราจะทำอย่างไรเพื่อจะให้ชีวิตครอบครัว ยั่งยืนและมีความสุข       แต่สิ่งนี้จะเป็นจริงได้  เมื่อทุกคนในครอบครัวมีความรักและสติปัญญาจากพระเจ้า รวมทั้งมีกำลังใจในการใช้ชีวิตร่วมกัน     ดังนั้น ความรัก สติปัญญาและกำลังใจ จึง เป็นสิ่ง จำเป็น และสำคัญมากในการดำเนินชีวิตครอบครัว ผู้เชี่ยวชาญด้านสังคมวิทยาบางคน ได้บอกว่า   ชีวิตการแต่งงานแบบซึ่งเราคุ้นเคยกันมานาน  กำลังจะหายไป    อัตราการหย่าร้างสูงขึ้นทุกปี     แม้แต่คู่ที่ทุกคนบอกว่า   “สมกัน ยังกับ กิ่งทองใบหยก” ก็ยังไม่ยกเว้น คือ ทั้งทองและหยก หลุดหายไปหมด ไม่เหลือเลยแม้แต่กิ่งหรือใบ มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญ  3  ประการ  ที่เกิดขึ้นในชีวิตสมรสทุกวันนี้   คือ ความเข้าใจกันระหว่างคู่สมรสน้อยลง ขาดความตั้งใจที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป คาดหวังในชีวิตสมรสสูงเกินความเป็นจริง ประการที่1.  การไม่ค่อยเข้าใจกัน  มักมีสาเหตุเกิดมาจาก  การขาดการสื่อสารที่ดีต่อกัน      สามีภรรยาหลายคู่มีจุดบกพร่องในการติดต่อสื่อสารกัน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการครองชีวิตสมรสให้ยืนยาว  การมีความเข้าใจกัน  ไม่ใช่มีความคิดเห็นพ้องต้องกันทุกเรื่อง  แต่หมายถึง ทั้งคู่สามารถพูดคุยปรึกษาหารือกัน ในจุดต่างนั้น      สามารถเข้าใจและยอมรับความคิดเห็นของอีกฝ่ายหนึ่งได้เป็นอย่างดี  เพราะชีวิตแต่ละคนเติบโตมาจากพื้นเพครอบครัวที่ต่างกัน    และมีประสบการณ์ชีวิตที่ได้รับมาต่างกัน จึงมีความคิดและวิธีปฏิบัติที่แตก ต่างกัน ไม่ได้ปรับตัวเข้าหากัน เรื่องสำคัญหลายเรื่อง  การที่สองคนรักกัน…

อุปนิสัยการกิน ตอนที่ 3

วันนี้เราจะมาคุยกันต่อนะคะว่า อุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีนั้นประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง 1. การรับประทานอาหารเป็นเวลา และถ้าเป็นได้ควรรับประทานอาหารเวลาเดียวกันทุกวัน (CD169 CD 179.5 ปัญญาจารย์ 10:17) และไม่ควรรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อ (CD 180.1) แต่ถ้าหิวระหว่างมื้อให้ดื่มน้ำเปล่าค่ะ อาหารแต่ละมื้อควรห่างกันมื้อละ 5-6 ชั่วโมง (CD 173.4) มีคำแนะนำว่าการรับประทานอาหารวันละ 2 มื้อจะดีกว่า วันละ 3 มื้อค่ะ (CD 173.1) ทั้งนี้เราพบว่า อาหารแต่ละชนิดจะใช้เวลาในการย่อยไม่เท่ากัน ผลไม้ประมาณ 2 ชั่วโมง ผักประมาณ 5 ชั่วโมง ถ้าเป็นเนื้อสัตว์จะใช้เวลานานกว่านั้น นอกจากนี้ อาหารที่มีไขมันสูงยังทำให้กระเพาะย่อยอาหารได้ช้าลงด้วยค่ะ เพราะน้ำมันปริมาณจะไปปกคลุมอาหารในกระเพาะทำให้อาหารมัน เอนไซม์หรือน้ำย่อยที่จะย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ผลก็คือ ร่างกายต้องละลายไขมันและเจือจางความเป็นกรดก่อนจึงย่อยได้ค่ะ ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆก็คล้ายกับมือของเราที่มีน้ำมันเกาะอยู่ หยิบจับอะไรก็ลื่น มันไม่หมด ทำงานไม่ถนัด เราต้องละลายความมันด้วยสบู่และน้ำอุ่น ความมันจึงจะหมดไปและเราสามารถหยิบจับของได้ปกติค่ะ ถ้าปริมาณไขมันในอาหารมีไม่มากก็อาจมีผลเล็กน้อยต่อระยะเวลาการย่อย แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว อาหารทางตะวันตกมีไขมันเป็นส่วนประกอบสูงมาก จึงทำให้อาหารต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมงหรืออาจจะนานกว่านั้นในการผ่านจากกระเพาะอาหารไปสู่ลำไส้ค่ะ การเคี้ยวอาหารให้ละเอียด…

อุปนิสัยการกิน ตอนที่ 2

การมีอุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญมากและมีผลต่อสุขภาพของท่านค่ะ เรามาฟังกันต่อนะคะว่า อุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีนั้นประกอบด้วยสิ่งใดบ้าง การรับประทานอาหารเป็นเวลา และถ้าเป็นได้ควรรับประทานอาหารเวลาเดียวกันทุกวัน (CD169 CD 179.5 ปัญญาจารย์ 10:17) และไม่ควรรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อค่ะ ถ้าท่านตัดสินใจรับประทานอาหารวันละ 3 มื้อ โดยไม่มีอาหารว่าง ก็จะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพต่อไปนี้ได้ค่ะ คือ ปัญหาอาหารไม่ย่อย นอนไม่หลับ สมองตื้อๆ น้ำหนักเพิ่ม และอาการเจ็บหน้าอกที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า heart burn มีงานวิจัยหนึ่งเกี่ยวกับผลของการรับประทานอาหารระหว่างมื้อที่มีต่อสุขภาพของเรา น่าสนใจเชียวค่ะ นักศึกษามหาวิทยาลัยกลุ่มหนึ่งได้รับประทานอาหารเช้าซึ่งประกอบด้วย ซีเรียล ขนมปังปิ้ง ผลไม้ และไข่ 1 ฟอง ภายหลังจากมื้ออาหาร 4 ชั่วโมง ก็ได้ทำการทดสอบและพบว่า กระเพาะอาหารของพวกเขาว่างเปล่า หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ กระเพาะอาหารของพวกเขายังสามารถย่อยมื้อเช้าได้หมดภายใน 4 ชั่วโมง หลังจากนั้น  2-3 วันผ่านไป ผู้วิจัยก็ให้นักศึกษากลุ่มเดิมมารับประทานอาหารเช้าแบบเดิม แต่ครั้งนี้ภายหลังจากอาหารมื้อเช้า 2 ชั่วโมง ก็ให้นักศึกษากินอาหารว่าง บางคนกินแซนวิชเนยถั่วกับนม 1 แก้ว บางคนกินพายฟักทองกับนม 1…

อุปนิสัยการกิน ตอนที่ 1

เมื่อกล่าวถึงเรื่องอาหารการกิน เรามักจะกล่าวเน้นเป็นพิเศษในเรื่องของชนิดและประเภทอาหาร แต่โดยความเป็นจริงแล้ว การที่จะมีสุขภาพที่ดีนั้น นอกจากจะรับประทานอาหารที่ดีแล้ว ระบบการย่อยอาหาร และระบบการขับถ่ายยังต้องดีด้วยค่ะ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน บางท่านที่รับประทานอาหารที่ดี กินผักสดและผลไม้สด แต่มีปัญหาท้องผูก เช่น ถ่าย 3 วันครั้ง เช่นนี้แล้ว อุจจาระที่ค้างอยู่ในลำไส้ ของเสียที่ควรจะถูกกำจัดทิ้งไปกลับถูกดูดซึมกลับเข้ามา และอาจจะก่อให้เกิดโรคแก่ตัวท่านได้ ในขณะเดียวกัน ท่านอาจจะรับประทานอาหารที่ดีมาก กินผัก ผลไม้และข้าวกล้อง แต่ท่านเป็นคนกินเร็ว ไม่เคี้ยวอาหารให้ดี อาหารดีๆที่ท่านรับประทานเข้าไปนั้น ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์เต็มที่เพราะกระเพาะอาหารของท่านไม่มีฟัน เลยต้องทำงานหนักในการย่อย ซึ่งอาจจะทำให้ย่อยอาหารและดูดซึมได้ไม่หมด ทำให้เกิดปัญหาท้องอืดและปัญหาอื่นๆตามมาได้ค่ะ ซึ่งการที่ร่างกายของเราจะย่อยอาหารได้ดีมากน้อยแค่ไหนนั้น ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยการรับประทานของคนคนนั้นค่ะ ในหนังสือ counsel on diet and food หน้า 51 ได้ให้คำเตือนเรื่องอุปนิสัยการรับประทานอาหารของเราไว้อย่างน่าฟังว่า  “มีน้อยคนนักที่เข้าใจว่า อุปนิสัยในการรับประทานอาหารของเขามีผลอย่างมากเพียงไรต่อสุขภาพของเขา ลักษณะอุปนิสัยของเขา การที่เขาจะมีประโยชน์สำหรับโลกนี้ และชะตากรรมชีวิตนิรันดร์ของเขา” ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อเลยนะคะ แต่สิ่งนี้คือความจริงค่ะ เรามาดูกันนะคะว่า อุปนิสัยการรับประทานอาหารที่ดีนั้นควรจะประกอบด้วย การรับประทานอาหารเป็นเวลา และถ้าเป็นได้ควรรับประทานอาหารเวลาเดียวกันทุกวันค่ะ ไม่ควรรับประทานอาหารว่างระหว่างมื้อนะคะ แม้แต่ผลไม้สัก 1…

เลี้ยงลูกให้ถูกวิธีและมีความรับผิดชอบ

ครอบครัวที่มีลูกๆกำลังเติบโตจากเด็ก กำลังย่างเข้าวัยรุ่น  หนุ่มสาว     ก็ย่อมเป็นที่รัก หวงแหนดังแก้วตาดวงใจ   และมีความหวังอยากจะให้เขาเป็นคนดี   เป็นลูกที่มีความรับผิดชอบ  นำความชื่นชม เกียรติมาสู่ครอบครัว วงศ์ตระกูล   การเลี้ยงดูอบรมลูกจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก   การเลี้ยงลูกๆให้ถูกวิธีนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำหลักการซึ่งคนส่วนใหญ่นำไปใช้แล้วได้ผลดี  เราจึงนำมาแบ่งปันในที่นี้ หลักการที่ 1  : มอบหมายงานรับผิดชอบที่จริงจังแก่ลูกๆบ้าง และคาดหวังให้ลูกทำ การเรียนรู้อย่างตรงไปตรงมา  จะเปิดโอกาสให้ลูกๆได้ ลงมือทำงานจริงๆ     แล้วพวกเขาจะค่อยๆ สามารถรับภาระ และเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบได้ในภายหลัง      แม้จะมีลูกกี่คนก็ตาม  ไม่ว่าเพียงคนเดียว หรือ 3-4 คน ก็สามารถฝึกฝนให้เขาเติบโตและมีความรับผิดชอบได้   ถ้าตัดสินใจที่จะทำตามวิถีทางที่แนะนำนี้ พูดถึง การทำงาน  มิได้หมายความว่า  จะให้ลูกไปขุดดิน หรือแบกหาม  งานของเด็กวัย 5-8 ขวบ ได้แก่ เก็บข้าวของของตน(วันละ 3-4 ครั้ง)  จัดเตียงนอนของตัวเอง  ช่วยเช็ดโต๊ะ  ช่วยเก็บกวาดสิ่งที่เด็กทำเลอะเทอะ และให้อาหารสัตว์เลี้ยงก็ได้ ส่วนงานของเด็กวัย 9-12 ขวบ   ได้แก่  ให้เขาช่วยล้างจาน  เก็บพับเสื้อผ้าที่ซักแล้ว   ทำความสะอาดห้องนอนของตน…

การบริหารกล้ามเนื้อตา

การบริหารหรือการออกกำลังกล้ามเนื้อตา ไม่จำเป็นต้องทำทุกคนนะคะ การบริหารกล้ามเนื้อตาจำเป็นสำหรับบุคคลต่อไปนี้เท่านั้นค่ะ ได้แก่ 1. ไม่สามารถโฟกัสภาพเมื่ออ่านหนังสือ 2. มองเห็นภาพซ้อน (ในบางกรณี) 3. ตาเข ไม่ว่าจะเขออกนอกหรือเข้าใน 4. หลังรับการผ่าตัดดวงตา แพทย์จะใช้เพื่อช่วยคงการมองเห็นหรือช่วยให้ดวงตาตรง ไม่เขออก 5. มีภาวะตาขี้เกียจ การบริหารกล้ามเนื้อดวงตามีหลายวิธี โดยสรุปมักจะประกอบด้วยการบริหารกล้ามเนื้อเล็กๆที่อยู่รอบดวงตาและทำ หน้าที่กลอกดวงตาไปมาโดยการบริหารจะช่วยให้ฝึกให้การเคลื่อนไหวของดวงตา และการรับภาพที่สมองเป็นไปอย่างสัมพันธ์กัน ตัวอย่างการบริหาร เช่น – ใช้มือปิดตาข้างหนึ่ง และใช้ตาที่เหลือจ้องมองที่วัตถุที่ต่างๆ ใกล้ ไกลเปลี่ยนไปเรื่อยๆ  – เปิดตาสองข้าง มือถือปลายดินสอหรือปากกายืดออกเท่าความยาวช่วงแขน บังคับดวงตาให้จ้องมองที่ปลายปากกาโดยให้เห็นเป็นจุดๆเดียว แล้วค่อยๆเคลื่อนปลายปากกาเข้าใกล้ดวงตาขึ้นอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน บังคับให้ดวงตาทั้งสองข้างมองตามมาและให้เห็นเป็นจุดเดียว ไม่ให้เกิดเป็นภาพซ้อนจนใกล้ดวงตามากที่สุด ทำเช่นนี้อย่างน้อย 10-20 ครั้งเป็นประจำทุกวัน เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อในการมองใกล้ และช่วยให้ดวงตาตรงไม่เขออก ดิฉันอยากขอฝากข้อพระคัมภีร์ใน 1 โครินธ์ 2:9 ดังนี้ค่ะ “สิ่งที่ตาไม่เห็น หูไม่ได้ยิน และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง  คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์” พระเจ้าทรงมีสิ่งดีอีกมากมายนับไม่ถ้วน จัดเตรียมไว้ให้แก่เรา ท่านผู้ฟังอยากมีส่วนในพระพรนี้ไหมคะ ขอเชิญมารู้จักพระองค์สิคะ…

เข่าเสื่อม ครั้งที่ 4

จริงๆแล้ว ในพืชผักผลไม้ ธัญพืชและสมุนไพรต่างๆ พระเจ้าได้ทรงใส่สารอาหาร วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์เอาไว้เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของเรา ถ้าท่านผู้ฟังศึกษาพระคัมภีร์ท่านจะพบว่า ในครั้งแรกสุดที่พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมานั้น อาหารของมนุษย์คือ ผลไม้ ธัญพืช เมล็ดต่างๆ ถั่วต่างๆ และนัท แต่เมื่อมนุษย์เริ่มทำบาป พระเจ้าก็ทรงอนุญาตให้มนุษย์รับประทานพืชผักต่างๆ จากทุ่งนา ซึ่งก็คือ ผักต่างๆ รวมถึงพวกหัวๆ เช่นเผือกหรือมัน และสมุนไพรต่างๆ นั่นเอง ถ้าเรารับประทานหรือนำมาใช้อย่างถูกต้องด้วยวิธีการที่เหมาสมะ ก็จะช่วยป้องกันการเกิดโรคหรืออาจจะช่วยบำบัดโรคของเราได้ค่ะ ธรรมชาติบำบัดวิธีหนึ่งที่พบว่าช่วยลดอาการปวดอักเสบของเข่าได้ก็คือ การประคบหัวเข่าที่ปวดด้วยกะหล่ำปลีค่ะ วิธีทำก็ง่ายๆ นะคะ ท่านเพียงแค่เด็ดกะหล่ำออกมาเป็นใบๆ  ล้างน้ำให้สะอาด ตัดตรงส่วนกลางที่แข็งทิ้งไป แล้วก็ตำใบกะหล่ำให้แหลกเละพอสมควรจนมีน้ำออกมา แล้วก็นำมาพอกรอบข้อเข่าตอนกลางคืนขณะนอนหลับค่ะ จำนวนใบที่ใช้ก็ขึ้นกับขนาดเข่าของท่านค่ะ  ท่านอาจจะพันทับด้วยกระดาษทิชชู่และ bandage ผ้ายืด หรือพันทับด้วยพลาสติก wrap ก็ได้ ซึ่งมีข้อดีคือ น้ำจะไม่แห้งเร็วจนเกินไป แต่ก็มีบางท่านอาจจะแพ้พลาสติกเกิดอาการคันได้ ท่านพันกะหล่ำปลีทิ้งไว้ทั้งคืนขณะนอนหลับ เมื่อตื่นเช้าขึ้นมา ท่านก็แกะกะหล่ำปลีที่ประคบอยู่ออกและอาบน้ำแต่งตัวตามปกติ ทำเช่นนี้ทุกคืนประมาณ 5-7 คืน ควบคู่ไปกับการปฏิบัติอื่นๆ ซึ่งรายการของเราได้นำเสนอไปล้ว ก็จะช่วยให้อาการปวดอักเสบลดลงได้ค่ะ อย่าลืมที่จะรับประทานผักโดยเฉพาะผักใบเขียวสดและผลไม้นะคะ ซึ่งจะมีวิตามินและเกลือแร่ช่วยลดอาการอักเสบได้ ควรจะลดเกลือ…