รับประทานผัก ผลไม้ เพื่อช่วยให้อารมณ์และพลังงานดีขึ้น

ท่านใดชอบรับประทานผัก และผลไม้กันบ้างคะ รู้สึกว่าเกือบทุกท่านจะชอบนะคะ พระเจ้าทรงประทานผักและผลไม้ให้มีสีสันสวยงามน่ารับประทาน อีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยและช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ผักและผลไม้ช่วยป้องกันและรักษาโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคไขข้ออักเสบ และโรคอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่า เป็นยาสารพัดนึกค่ะ งานวิจัยได้บอกให้เราทราบว่า ผักผลไม้ ยังมีผลต่ออารมณ์ของเราอีกด้วยค่ะ งานวิจัยหนึ่งซึ่งพิมพ์ใน British Journal of Health Psychology  ในงานวิจัยชิ้นนี้ นักวิจัยต้องการหาความสัมพันธ์ระหว่างอารมณ์กับอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน โดยมีผู้เข้าร่วม 281 คน อายุเฉลี่ยคือ ประมาณ 20 ปี ผู้เข้าร่วมงานวิจัยทุกคนจะถูกสัมภาษณ์ถึงอายุ เพศ เชื้อชาติ ส่วนสูงและน้ำหนัก ผู้ที่มีปัญหาการกินจะถูกคัดออกไป หลังจากนั้นทุกคนจะต้องกรอกข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต เกี่ยวกับอาหารที่รับประทานทุกวันเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน  และทุกๆ เย็นพวกเขาจะต้องให้คะแนนเกี่ยวกับอารมณ์ด้านบวกและด้านลบจาก 9 หัวข้อ จากรายงานที่ผู้เข้าร่วมวิจัยตอบกลับมา ทีมผู้วิจัยพบว่า มีความสัมพันธ์อย่างมากระหว่างอารมณ์ด้านบวกกับการรับประทานผักและผลไม้เป็นจำนวนมากในแต่ละวัน  ดอกเตอร์ ทามลิน โคนเนอร์ (Dr Tamlin Conner) หนึ่งในทีมผู้วิจัยกล่าวว่า…

กระเพาะปัสสาวะอักเสบ

“คุณหมอคะ ๆ ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้  2-3 วันมานี้ ปวดปัสสาวะบ่อยเหลือเกิน เข้าห้องน้ำได้ไม่ถึง 15 นาทีก็รู้สึกปวดอีกแล้ว ปัสสาวะก็ออกครั้งละนิดหน่อย แถมแสบๆอีกด้วย รู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด มีปัสสาวะเหลือค้างอยู่ยังไงยังงั้น และยังรู้สึกปวดหน่วงๆ ท้องน้อยอีกด้วย ฉันเป็นอะไรคะคุณหมอ” ค่ะ สวัสดีค่ะ ดิฉันแพทย์หญิงพรวิไล ตันตระรุ่งโรจน์นะคะ วันนี้รเริ่มต้นด้วยปัญหาที่พบบ่อยในผู้หญิงค่ะ นั่นคือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ สาเหตุที่พบบ่อยก็เพราะว่า ท่อปัสสาวะของผู้หญิงนั้นสั้น (คือประมาณ 4-5 ซม.)  และอยู่ใกล้ทวารหนัก เชื้อโรคต่างๆ จึงอาจจะมาปนเปื้อนปลายท่อปัสสาวะและย้อนขึ้นมาในกระเพาะปัสสาวะได้ ในขณะที่ความยาวของท่อปัสสาวะในผู้ชายนั้นจะยาวประมาณ 20 ซม. โอกาสติดเชื้อจึงน้อยกว่ากันค่ะ ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบคือ การอั้นปัสสาวะ เพราะโดยปกติแล้วในกระเพาะปัสสาวะจะพบแบคทีเรียเพียงเล็กน้อย แต่เมื่ออั้นปัสสาวะ แบคทีเรียมีเวลาเพิ่มจำนวนและเจริญเติบโตจึงทำให้เกิดการอักเสบได้ นอกจากนี้ เมื่อกระเพาะปัสสาวะอยู่ในภาวะยืดตัว คือมีน้ำปัสสาวะอยู่เต็ม จะทำให้ความสามารถในการขจัดเชื้อโรคของเยื่อบุผิวกระเพาะปัสสาวะลดลง จึงเกิดการติดเชื้อง่ายขึ้นค่ะ  สำหรับผู้หญิงวัยทองที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงก็พบโรคนี้บ่อยขึ้นได้เช่นกัน เพราะเยื่อบุกระเพาะปัสสาวะและเยื่อบุช่องคลอดบางลง เชื้อโรคจึงเพิ่มจำนวนได้มากขึ้น ปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่พบได้ คือ การมีเพศสัมพันธ์ และการตั้งครรภ์โดยเฉพาะช่วง 2-3 เดือนแรก…

ไม่รับประทานอาหารมื้อเย็นดึก

เคยมีปัญหาตื่นขึ้นในตอนเช้าแล้วรู้สึกเหมือนนอนหลับไม่เต็มอิ่ม สมองตื้อๆ ทำงานก็นึกไม่ค่อยออก ท้องอืด เพลียๆบ้างไหมคะ ถ้ามีปัญหาดังที่กล่าวมานะคะ สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นจากการรับประทานอาหารมื้อเย็นดึกเกินไปค่ะ คำแนะนำสำหรับการมีสุขภาพดี คือ ควรรับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนนอนประมาณ 4-5 ชั่วโมงค่ะ และควรเป็นอาหารที่ไม่หนักจนเกินไปนะคะ เราพบว่า ร่างกายใช้เวลาย่อยผลไม้สดประมาณ 2 ชั่วโมง ส่วนผักอาจจะใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นเนื้อสัตว์ ของทอดต่างๆ จะใช้เวลานานขึ้น ส่วนพวกน้ำสกัดต่างๆ เช่นน้ำส้ม น้ำคั้นผัก จะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็ย่อยและดูดซึมได้หมด ถ้าเรารับประทานอาหารมื้อเย็นใกล้กับเวลานอนมาก ยกตัวอย่างเช่น รับประทานอาหารมื้อเย็นเวลาประมาณ 3 ทุ่ม แล้วเข้านอนประมาณ 4 ทุ่ม กระเพาะยังย่อยอาหารไม่เสร็จ ก็ต้องใช้เวลาย่อยต่อไป ถึงแม้ร่างกายจะหลับแต่สมองไม่ได้หลับด้วย เพราะยังมีอวัยวะหนึ่งซึ่งคือกระเพาะอาหารกำลังทำงานอยู่ สมองซึ่งเป็นหัวหน้าของอวัยวะทุกส่วน ก็เลยยังคงต้องทำงานด้วย โดยปกติแล้ว ในขณะที่เรานอนหลับนั้น เราต้องการให้สมองของเราได้พักผ่อน แต่ในภาวะดังที่เล่ามานี้ สมองไม่ได้หลับ จนกระทั่งกระเพาะย่อยอาหารหมด จึงจะได้พัก ถ้าอาหารมื้อดึกวันนั้น เรารับประทานข้าวผัดอเมริกัน ไก่ทอด เฟร็ชฟรายด์ กว่าอาหารจะย่อยหมดอย่างน้อยน่าจะประมาณตีสองกว่าๆ…

NEWSTART

ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรง สิ่งที่เซลล์ต้องการเพื่อเซลล์จะแข็งแรง ได้แก่ 1. ออกซิเจน หายใจอากาศบริสุทธิ์ทุกวันนะคะ โดยเฉพาะใต้ต้นไม้ในเวลากลางวัน เพราะต้นไม้จะให้ออกซิเจนออกมาในช่วงเวลานั้น 2. น้ำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว ช่วงไหนที่อากาศร้อน เหงื่อออกมากเราก็อาจจะต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้นค่ะ การสังเกตสีปัสสาวะก็ช่วยได้ค่ะ ถ้าปัสสาวะสีค่อนข้างใส ไม่เหลือง ก็น่าจะดื่มน้ำพอค่ะ 3. สารอาหาร ขอให้เน้นรับประทานอาหารที่มาจากพืช  มีลักษณะใกล้เคียงธรรมชาติ มีการดัดแปลงน้อยที่สุด ปราศจากสารปรุงแต่งต่างๆ และควรรับประทานผักสด ผลไม้สดด้วยค่ะ 4. การกำจัดของเสีย เช่นการอาบน้ำ ขัดขี้ไคลออกไปจากผิวหนัง การถ่ายอุจจาระทุกวัน การหายใจเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากร่างกาย การเข้าห้องน้ำปัสสาวะเมื่อต้องการ และไม่กลั้นปัสสาวะ และข้อสุดท้ายคือ การป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่นหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์ การใช้บุหรี่ นี่คือสิ่งที่เซลล์ต้องการ พระเจ้าทรงสร้างให้มนุษย์มีระบบไหลเวียนโลหิต ซึ่งประกอบด้วย หัวใจและหลอดเลือดต่างๆ เพื่อทำหน้าที่เหมือนกับเป็นท่อลำเลียง ขนส่งสิ่งที่เซลล์ต้องการไปให้กับทุกๆ เซลล์ และนำของเสียที่เกิดขึ้นจากเซลล์ไปกำจัด เพราะฉะนั้นถ้าระบบไหลเวียนโลหิตทำหน้าที่ได้ปกติ เซลล์ทุกเซลล์ก็จะแข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงค่ะ ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดขึ้นดังนี้นะคะ เมื่อเรารับประทานอาหาร อาหารที่อยู่ในกระเพาะ ลำไส้ จะถูกย่อยและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ความดันในหลอดเลือดก็จะส่งแรงดันให้อาหารวิ่งไปตามหลอดเลือดเพื่อส่งให้แก่เซลล์สมอง เซลล์มือ เซลล์ตา และเซลล์อื่นๆ ทั่วร่างกาย ถ้าเรามีปัญหาความดันโลหิตต่ำ ถึงแม้อาหารที่เรารับประทานจะดีแค่ไหนก็ตาม เมื่อแรงดันเลือดต่ำ ก็ไม่มีแรงพอที่จะส่งอาหารไปยังเซลล์สมองและเซลล์ต่างๆ ได้ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมา ขณะเดียวกัน ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง ก็อาจจะทำให้หลอดเลือดอุดตัน หรือถ้าเป็นอาหารที่ไม่มีคุณภาพ อาหารนั้นก็จะไม่เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น สุขภาพที่สมบูรณ์ขึ้นอยู่กับการมีเลือดที่ดี และมีการไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ค่ะ พระเจ้าทรงรักมนุษย์ค่ะ พระองค์ทรงสร้างมนุษย์เราขึ้นมาด้วยความรัก และพระองค์ต้องการให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยต่างๆ พระองค์จึงได้ประทานคู่มือการดูแลสุขภาพให้แก่เราด้วย ซึ่งทางสถาบัน Weimar คริสตจักรเซเว่นธ์เดย์แอ๊ตเวนตีสได้สรุปหลักการนี้ขึ้นมาเป็นคำย่อง่ายๆ 8 ตัว ว่า NEWSTART ถ้าแปลเป็นภาษาไทย ก็คือ การเริ่มต้นใหม่ คำว่า NEWSTART ประกอบด้วย อักษรภาษาอังกฤษ 8 ตัว คือ 1. N-nutrition โภชนาการ 2. E-exercise การออกกำลังกาย 3. W-water น้ำ 4.S-sunshine แสงแดด 5. T-temperance การประมาณตนหรือการบังคับตน 6. A-air อากาศ 7. R-rest พักผ่อน 8. T-trust in God เชื่อวางใจในพระเจ้า เมื่อเราปฏิบัติตามหลักการ NEWSTART นี้ เราก็จะมีเลือดที่ดีและมีการไหลเวียนโลหิตที่สมบูรณ์ ทำให้สุขภาพแข็งแรงห่างไกลจากโรคภัยค่ะ พบกันใหม่ในรายการครั้งหน้า ขอพระเจ้าทรงอวยพระพรทุกท่าน สวัสดีค่ะ

ปัญหาของเซลล

เราทราบกันว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็แข็งแรง ปัญหาของเซลล์ที่พบได้ คือ 1. เซลล์เสื่อมก่อนวัย ทำให้เกิดการชรา และการตายก่อนวัยอันควร  2. เซลล์ติดเชื้อ เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น เซลล์อาจจะถูกทำลายได้  3. เซลล์กัดกันเอง เช่น ในกรณีของโรค SLE เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายซึ่งปกติจะต้องมากำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกาย แต่กลับมาโจมตีร่างกายตนเอง ทำให้เกิดปัญหามากมาย เช่น เกิดภาวะซีด ข้ออักเสบ ผมร่วง เป็นต้น ปัญหาข้อสุดท้ายของเซลล์ คือ เซลล์กบฏ ค่ะ เช่นในกรณีของมะเร็ง เซลล์ที่กำลังแบ่งตัวเพิ่มจำนวนควรจะหยุดการแบ่งตัวในเวลาที่เหมาะสมตามคำสั่งของร่างกาย แต่กลับเพิ่มจำนวนต่อไปเรื่อยๆ และไม่ยอมโตเต็มที่ ทำให้เกิดเป็นมะเร็งร้ายขึ้นมาได้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่ยอมฟังคำสั่งของร่างกายนั่นเองค่ะ ปัญหาเหล่านี้เราไม่อยากให้เกิดขึ้นกับเซลล์ของเรานะคะ การที่เราจะมีสุขภาพที่ดีนั้น ประกอบด้วย 3 ด้านค่ะ คือ ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ทั้งสามด้านต้องแข็งแรงและปกติ เราจึงจะมีความสุข บางคนมีสุขภาพกายแข็งแรง แต่มีปัญหาทางด้านจิตใจ เช่นซึมเศร้า ก็คงไม่มีความสุขค่ะ ในการแบ่งปันเรื่องสุขภาพจึงแยกเรื่องทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณออกไปจากสุขภาพกายไม่ได้ค่ะ ถ้าเปรียบเทียบปัญหาของเซลล์กับชีวิตทางด้านจิตวิญญาณ เช่น ปัญหาของชีวิตคริสเตียน ก็จะได้ดังนี้นะคะ 1. คริสเตียนละทิ้งความเชื่อ เลิกเชื่อพระเจ้าและพระเยซูก่อนที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา 2. คริสเตียนมีจิตวิญญาณอ่อนแอ เมื่อซาตานทดลองก็พ่ายแพ้ เปรียบเหมือนกับเซลล์ที่ติดเชื้อโรค 3. คริสเตียนปราศจากความรักในหัวใจ ก็เลยทำให้มีการทะเลาะกันเอง มีการนินทาว่ากล่าวใส่ร้ายต่อกันและกัน เป็นการกัดกันเองเหมือนเซลล์ 4. คริสเตียนไม่เชื่อฟังพระเจ้า ไม่ทำตามพระบัญญัติของพระเจ้าค่ะ ลับมาเรื่องเซลล์กันต่อนะคะ การจะป้องกันไม่ให้เซลล์เกิดปัญหาดังที่กล่าวมานั้น สามารถทำได้โดยให้สิ่งที่เซลล์ต้องการแก่เซลล์ ซึ่งประกอบด้วย 1. ออกซิเจน อย่าลืมเตือนตัวเองให้หายใจลึกๆ …. เปิดหน้าต่างให้อากาศบริสุทธิ์เข้ามา 2. น้ำ ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว 3. สารอาหาร ขอให้เน้นรับประทานอาหารที่มาจากพืช  4. การกำจัดของเสีย เช่นการอาบน้ำ ขัดขี้ไคลออกไปจากผิวหนัง และข้อสุดท้ายคือ การป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกาย เช่นหลีกเลี่ยงการใช้บุหรี่ นี่คือสิ่งที่เซลล์ต้องการค่ะ ถ้าเช่นนั้นชีวิตของคริสเตียนต้องการอะไร เพื่อจะให้สุขภาพจิตวิญญาณของคริสเตียนแข็งแรง เติบโตเข้มแข็งและปราศจากปัญหาที่กล่าวมา ได้แก่ การละทิ้งความเชื่อ พ่ายแพ้การทดลอง ทะเลาะกัน หรือการไม่เชื่อฟังพระเจ้า สิ่งที่ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณต้องการก็คือ 1. การอ่านพระคัมภีร์ซึ่งเปรียบได้กับอาหารฝ่ายจิตวิญญาณ 2. การอธิษฐานซึ่งเปรียบได้กับออกซิเจนของจิตวิญญาณ 3. การมีความรักในหัวใจซึ่งแสดงออกโดยการเป็นพยาน การเห็นอกเห็นใจ การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน 4. การทูลขอพระโลหิตของพระเยซูชำระเราจากความผิดบาปที่ได้ทำลงไป เปรียบเหมือนกับการกำจัดของเสียออกไปจากร่างกาย 5. ทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทุกวัน เพื่อชีวิตของพระเยซูจะเป็นชีวิตของเรา และเราจะได้มีกำลังที่จะเอาชนะความบาป เปรียบได้กับการไม่รับสารพิษเข้ามาสู่ชีวิตจิตวิญญาณของเราค่ะ ขอให้พระเจ้าทรงอวยพระพรท่านผู้ฟังทุกท่านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงนะคะ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณค่ะ

เซลล์ อาหารเซลล์ มะเร็ง สุขภาพ

สิ่งที่เซลล์ต้องการ

วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับเซลล์มาบอกเล่ากันต่อค่ะ เราทราบกันว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกายคือ เซลล์ ถ้าเซลล์แข็งแรงร่างกายก็แข็งแรง  พระเจ้าทรงสร้างให้เซลล์มีคุณสมบัติพิเศษดังนี้นะคะ เซลล์สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้ และจะได้เซลล์ใหม่ที่มีลักษณะเหมือนเดิม การแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเช่นนี้จะหยุดในเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้ายังแบ่งตัวอยู่เรื่อยๆ ไม่มีการหยุด ก็อาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ ส่วนเซลล์อ่อนเหล่านี้จะต้องเติบโตต่อจนเป็นเซลล์เต็มวัย เซลล์ที่ทำหน้าที่แบบเดียวกันจะอยู่รวมกันในสถานที่ที่ถูกต้อง และถ้าเซลล์ได้รับอันตราย จะทำลายตัวเอง เพราะถ้าเซลล์ที่ผิดปกติเหล่านี้ยังอยู่ต่อไป ก็อาจจะเกิดปัญหา เช่นอาจจะกลายเป็นมะเร็งได้ เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกายของเรา เราจึงควรมอบสิ่งที่เซลล์ต้องการให้แก่เซลล์ ซึ่งได้แก่ ออกซิเจน น้ำ สารอาหาร การกำจัดของเสีย และการป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าร่างกาย เรามาดูรายละเอียดกันนะคะ ความต้องการของเซลล์สิ่งแรก คือ ออกซิเจน ทุกเซลล์ในร่างกายต้องหายใจเพื่อให้มีชีวิตอยู่ ถ้าขาดออกซิเจน เซลล์จะตายภายใน 3 นาที การขาดออกซิเจนจะมีผลต่อสมองส่วนควบคุมเป็นอันดับแรก เพราะสมองใช้ออกซิเจน~ 20-25% ของออกซิเจนในร่างกาย การขาดอากาศบริสุทธิ์ทำให้การย่อยอาหารช้าลง แม้แต่เซลล์มะเร็ง ก็จะตายเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีออกซิเจนสูง ๆ เราจึงควรหายใจรับอากาศที่บริสุทธิ์เข้าสู่ร่างกาย และไม่ควรใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นจนเกินไป ท่าทางก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ ควรนั่งเดินด้วยหลังที่ตรงค่ะ สิ่งที่สองที่เซลล์ต้องการ คือ น้ำ ถ้าขาดน้ำเซลล์จะตายใน 2-3 วัน…

เซลล์-กำแพง-ความเข้มแข็ง-สังคม

เซลล์

ถ้าเรามองดูตัวเราแล้ว เราจะพบว่า ส่วนที่เล็กที่สุดในร่างกาย คือ เซลล์ หลายเซลล์รวมกันเกิดเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อหลายอันรวมกันเกิดเป็นอวัยวะ อวัยวะหลายอันรวมกันเกิดเป็นระบบ หลายระบบรวมกันกลายเป็นร่างกาย ขอยกตัวอย่างเล็กน้อยนะคะ เซลล์ของกระเพาะอาหารหลายเซลล์รวมกันเกิดเป็นเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อกระเพาะหลายอันรวมกันเกิดเป็นกระเพาะอาหาร เมื่อกระเพาะอาหาร รวมกับปาก ฟัน หลอดอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ตับ ตับอ่อน ถุงน้ำดี กลายเป็นระบบทางเดินอาหาร เมื่อระบบทางเดินอาหารรวมกับระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ได้เป็นร่างกาย เนื่องจากเซลล์เป็นส่วนสำคัญและทำหน้าที่ทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต เราจึงดูแลเซลล์ให้แข็งแรง เพราะถ้าเซลล์แข็งแรง ร่างกายก็จะแข็งแรงด้วย ถ้าเปรียบเทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับบ้านหนึ่งหลังประกอบด้วยอิฐหลายก้อนมารวมกัน ถ้าอิฐแต่ละก้อนแข็งแรงบ้านทั้งหลังก็แข็งแรงค่ะ แต่ถ้ามีรูรั่วแล้ว หนู สัตว์อันตรายต่างๆ ก็อาจจะเข้ามาในบ้านได้ เมื่อฝนตกฝนก็สาดเข้ามา นานๆเข้า รูเล็กๆนั้นก็อาจจะขยายใหญ่ขึ้นและเกิดเป็นปัญหาใหญ่ได้ ดังนั้นเราจึงต้องดูแลเซลล์ให้แข็งแรงค่ะ ดังพระคัมภีร์ข้อหนึ่งที่บอกว่า “คนที่สัตย์ซื่อในของเล็กน้อยจะสัตย์ซื่อในของมากด้วย…”  ลูกา 16:10 ทราบไหมคะว่า สิ่งที่เซลล์ต้องการมีอะไรบ้าง ใช่แล้วค่ะ สิ่งที่เซลล์ของเราต้องการ ก็คือ ออกซิเจน น้ำ สารอาหาร การกำจัดของเสีย และการป้องกันไม่ให้สารพิษเข้าสู่ร่างกายค่ะ…

การบ่น-การทุ่มเถียงกัน

‘อย่าบ่น’ จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน

สวัสดีค่ะ ผู้อ่านที่รักทุกท่าน ดิฉันแพทย์หญิงพรวิไล ตันตระรุ่งโรจน์ค่ะ วันนี้มีเคล็ดลับความสุขมาฝาก 1 ข้อ ค่ะ คือ อย่าบ่น ดังในพระคัมภีร์ ฟิลิปปี 2:14 ที่ได้ให้คำแนะนะไว้ว่า “จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน” “จงทำสิ่งสารพัดโดยปราศจากการบ่นและการทุ่มเถียงกัน” – ฟิลิปปี 2:14 คุณคนใดคิดว่า ตนเองเป็นคนช่างบ่นบ้างคะ… รู้สึกจะมีบางท่านยกมือขึ้นนะคะ มีเรื่องรอบตัวมากมายที่เราสามารถบ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากาศ การเดินทาง รถติด คู่สมรส ลูกๆ เพื่อน เจ้านาย อาหาร และเรื่องอื่นๆอีกมากมาย ลองมาฟังตัวอย่างกันสักเล็กน้อยนะคะ “โอ๊ย วันนี้งานหนักจริงๆ ไม่รู้หัวหน้าจะให้งานมากไปถึงไหน” “นี่ลูกๆ แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่า ถุงเท้านะให้ใส่ถังซักผ้า ไม่ใช่ทิ้งไว้แบบนี้ แล้วถ้ากินข้าวเสร็จแล้วก็ต้องช่วยกันล้างจานด้วย ส่วนการบ้านน่ะ ทำเสร็จหรือยัง ไม่ไหวเลย แม่เหนื่อยนะ รู้ไหม” “คุณคะๆ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าให้ซ่อมก๊อกน้ำด้วย ดูสิน้ำนองเต็มบ้านหมดแล้ว นี่ต้องมาเช็ดน้ำอีกแล้ว เสียเวลาจริงๆ” เป็นอย่างไรคะ คุณทราบไหมคะว่า ถ้าเราชอบบ่นแล้ว ก็จะมีเรื่องให้บ่นอยู่เรื่อยๆค่ะ ถ้าท่านใดอยากสำรวจตนเองว่า…