ลดความอ้วนกันหน่อยนะ ตอนที่ 1

ใครชอบความอ้วนบ้างคะ ยกมือขึ้น คาดว่าน่าจะไม่มีใครยกมือนะคะ แล้วมีใครอ้วนบ้างคะ รู้สึกจะมีหลายคนยกมือนะ เราทุกคนทราบกันดีว่า ความอ้วนมีผลเสียต่อสุขภาพ นอกจากทำให้รูปร่างไม่น่าชมแล้ว ภายในยังเกิดผลไม่น่าพึงประสงค์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเข่าอักเสบจากการที่ต้องแบกรับน้ำหนักมากเกินไป ความดันโลหิตที่สูงขึ้นจากปริมาณไขมันที่เพิ่มขึ้น ภาวะดื้ออินซูลินซึ่งนำไปสู่โรคเบาหวาน ไขมันอาจจะพอกตับทำให้ตับอักเสบหรืออาจจะสะสมในเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดอุดตัน ถ้าเป็นเส้นเลือดโคโรนารีก็อาจจะเกิดหัวใจขาดเลือด ถ้าเป็นเส้นเลือดที่เลี้ยงสมองอุดตันก็ทำให้เกิดอัมพฤกษ์ได้  ช่องปอดที่แคบลงทำให้การหายใจเกิดขึ้นไม่เต็มที่ ขณะนอนหลับก็อาจจะเกิดภาวะนอนกรน หรือภาวะทางเดินหายใจอุดกลั้นซึ่งนำไปสู่สมองขาดเลือด หัวใจโตและหัวใจวายได้ เป็นอย่างไรบ้างคะ ฟังดูแล้วน่ากลัวจัง ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของคนคนหนึ่งเมื่อเขาอ้วนค่ะ ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคอ้วน หรือสำหรับผู้ที่อ้วนไปแล้วจะลดน้ำหนักอย่างไรดี จริงๆแล้วร่างกายของเราต้องการความสมดุลระหว่างพลังงานที่เราได้รับเข้าสู่ร่างกายกับพลังงานที่เราใช้ เมื่อทั้งสองพลังงานนี้สมดุลก็จะไม่อ้วน ขอเปรียบเทียบโดยยกตัวอย่างง่ายๆเทียบกับเงินนะคะ พลังงานที่ได้รับเข้าสู่ร่างกายก็เปรียบเหมือนกับเงินที่เราได้รับในแต่ละวัน ส่วนพลังงานที่เราใช้ก็เปรียบเหมือนกับเงินที่เราใช้ไปในแต่ละวันนั่นเอง ถ้าเราได้รับเงินวันละ 20 บาท แล้วเราใช้วันละ 20 บาท ผลลัพธ์ก็คือศูนย์ นั่นก็คือน้ำหนักไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเราได้รับเงินวันละ 20 บาท แต่ใช้เงินไปซื้อของวันละ 30 บาท เราก็ติดลบ เป็นหนี้ หรือน้ำหนักลดนั่นเอง แต่ถ้าเราใช้เงินซื้อของวันละ 15 บาท จากเงิน 20 บาท เราก็จะมีเงินเหลือเก็บวันละ 5 บาท…

ต่อมน้ำเหลืองอักเสบเฉียบพลัน

ปัญหาต่อมน้ำเหลืองอักเสบเฉียบพลันเป็นปัญหาหนึ่งที่พบอยู่เรื่อยๆ เวลาที่ดิฉันออกตรวจโอพีดีหรือผู้ป่วยนอกนะคะ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมาด้วยปัญหามีก้อนโต กดเจ็บ และอาจจะมีไข้ร่วมด้วย บางคนก็ไข้ขึ้นสูงเชียวค่ะ และอาจจะมีอาการหนาวสั่น อ่อนเพลียร่วมด้วย ตำแหน่งต่อมน้ำเหลืองอักเสบที่พบบ่อยในผู้ป่วยของดิฉัน ก็คือบริเวณลำคอค่ะ แต่จริงๆแล้วพระเจ้าทรงสร้างให้มีต่อมน้ำเหลืองกระจายอยู่ตามจุดต่างๆทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นบริเวณขาหนีบ รักแร้ ข้อพับเข่า ในท้อง เป็นต้น  ต่อมน้ำเหลืองเหล่านี้มีท่อน้ำเหลืองเชื่อมต่อถึงกัน ต่อมน้ำเหลืองเป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดขาวซึ่งมีหน้าที่จับเชื้อโรคค่ะ สาเหตุของต่อมน้ำเหลืองอักเสบเฉียบพลันส่วนใหญ่เป็นจากการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อวัณโรค ต่อมน้ำเหลืองที่โตในผู้ป่วยบางคนอาจจะเป็นจากมะเร็งก็ได้นะคะ เช่นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือมะเร็งที่ลามมาจากตำแหน่งอื่นๆ แต่ต่อมน้ำเหลืองที่โตจากสาเหตุมะเร็งนี้ มักจะมีลักษณะค่อนข้างแข็ง และอาจจะไม่มีลักษณะอักเสบ กดไม่เจ็บและขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางมักจะเกิน 1 เซนติเมตรค่ะ สำหรับในเรื่องการติดเชื้อนั้นส่วนใหญ่แล้ว เราจะพบอาการอักเสบของผิวหนังหรืออวัยวะในบริเวณที่ใกล้เคียงควบคู่ไปกับต่อมน้ำเหลืองที่บวมโตและเจ็บ เช่น ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอักเสบ มักจะเป็นผลมาจากการอักเสบในบริเวณเท้า หรือต่อมน้ำเหลืองที่ใต้คางอักเสบมักเป็นผลมาจากทอนซิลอักเสบหรือฟันผุค่ะ แต่ส่วนใหญ่ที่พบบ่อยคือ เป็นจากเชื้อแบคทีเรียซึ่งลุกลามมาจากโรคติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังในบริเวณใกล้เคียง เช่น บาดแผลอักเสบ ผิวหนังอักเสบค่ะ บางท่านอาจจะคิดว่า เรื่องต่อมน้ำเหลืองอักเสบนี่เป็นเรื่องเล็กๆ แต่จริงๆแล้ว ถ้าไม่ได้รับการรักษา เชื้อโรคอาจจะลุกลามกลายเป็นฝี หรือเข้ากระแสเลือดทำให้กลายเป็นโลหิตเป็นพิษซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ค่ะ ในการรักษานั้น เราจะให้ผู้ป่วยรับประทานยาปฏิชีวนะนาน 10 วัน และอาจจะใช้น้ำอุ่นจัดๆประคบและยกแขนหรือขาส่วนที่อักเสบให้สูง อาการก็มักจะดีขึ้นและหายเป็นปกติค่ะ คะ…

ตรวจหัวใจ

การตรวจสอบหัวใจของเรา

วันนี้เราจะมาตรวจสอบหัวใจของเราอย่างง่ายๆ กันนะคะว่า หัวใจของเรามีการทำงานอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ การตรวจสอบทำได้โดยการฟังหัวใจ หรือท่านผู้ฟังอาจจะตรวจสอบด้วยตนเองก็ได้นะคะ โดยการจับชีพจรค่ะ ชีพจรนี้คือ จังหวะที่เส้นเลือดขยายตัวตามจังหวะการบีบตัวของหัวใจ การจับชีพจรจึงสะท้อนบอกได้ว่า หัวใจมีจังหวะการทำงานที่สม่ำเสมอหรือไม่ ในภาวะปกตินั้น ชีพจรของแต่ละคนจะมีอัตราการเต้นในจังหวะที่สม่ำเสมอค่ะ ซึ่งแต่ละคนจะมีอัตราการเต้นไม่เท่ากัน ในผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หัวใจจะเต้นช้ากว่าผู้ที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผู้ที่ดื่มน้ำน้อยหัวใจจะเต็นเร็วกว่าผู้ที่ดื่มน้ำปกติ ส่วนในคนอ้วนนั้น หัวใจจะเต้นเร็วกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวปกติ ในภาวะปกติขณะที่ร่างกายของเราพักผ่อนนั้น ชีพจรจะเต้นประมาณ 60 ถึง 80 ครั้งต่อนาที อัตราการเต้นของหัวใจไม่ควรจะเร็วจนเกินไป เพราะเท่ากับว่า หัวใจทำงานหนัก ทางการแพทย์จะนับว่าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เมื่ออัตราการเต้นหัวใจหรือชีพจรมีค่ามากกว่า 100 ครั้งต่อนาทีค่ะ สาเหตุของหัวใจที่เต้นเร็วเกินไปนั้น เกิดได้จากการที่มีบางสิ่งมารบกวนการส่งสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจส่วนที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เช่น โรคหัวใจ เกลือแร่ผิดปกติ ธัยรอยด์เป็นพิษ โรคความดันโลหิตสูง ยาบางชนิด การมีไข้ก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นด้วย นอกจากนี้ การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นส่วนผสม เช่น กาแฟ น้ำอัดลม ช็อคโกแลต ก็ทำให้หัวใจเต้นเร็วได้เช่นกัน ส่วนหัวใจที่เต้นช้าเกินไปนั้น คือมีจังหวะการเต้นน้อยกว่า 60 ครั้งต่อนาที ก็มีสาเหตุมาจากมีบางสิ่งมารบกวนการส่งสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจส่วนที่ควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจค่ะเช่นเดียวกันค่ะ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ เกลือแร่ผิดปกติ…

หัวใจของเรา ตอนที่ 2

พระธรรมสุภาษิต 4:23 ได้กล่าวไว้ว่า “จงรักษาใจของเจ้าไว้ด้วยความระวังระไวรอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ” ชีวิตเริ่มต้นมาจากหัวใจก็เพราะ หัวใจทำหน้าที่ที่สำคัญคือ สูบฉีดเลือดส่งไปตามเส้นเลือดเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย คล้ายกับปั๊มน้ำที่ส่งน้ำไปตามท่อประปาค่ะ แต่ตัวหัวใจเองจะไม่ได้รับประโยชน์จากเลือดที่ผ่านตัวเขานะคะ เขาเพียงแค่ให้เลือดผ่านและปั๊มส่งออกไปเท่านั้น ส่วนตัวหัวใจซึ่งเป็นกล้ามเนื้อที่ต้องการเลือดมาเลี้ยงด้วยเช่นกัน จะได้เลือดผ่านทางเส้นเลือดที่ชื่อว่า โคโรนารี่ ค่ะ ฟังดูแล้วช่างเป็นอวัยวะที่เสียสละจริงๆ เส้นเลือดโคโรนารี่จะทำหน้าที่ส่งเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของหัวใจ ถ้าเมื่อใดก็ตามที่เส้นเลือดโคโรนารี่อุดตัน ก็จะส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายขึ้นได้ และถ้าเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างก็จะทำให้เสียชีวิตได้ค่ะ เรามาดูกันนะคะว่าปริมาณเลือดที่หัวใจสูบฉีดออกมาเพื่อส่งไปเลี้ยงร่างกายนั้นมีปริมาณแค่ไหน เราพบว่า โดยเฉลี่ยแล้วในผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในขณะพัก หัวใจจะสูบฉีดเลือดมากกว่า 1 แกลลอนหรือประมาณ 5 ลิตรในเวลา 1 นาที เพื่อส่งไปตามเส้นเลือดยังส่วนต่างๆ ของร่างกายค่ะ  ในการบีบตัวของหัวใจแต่ละครั้งนั้น จะใช้พลังงานเท่ากับกำลังแขนที่หยิบแอปเปิ้ลผลใหญ่ๆจากพื้นดินขึ้นมาสู่ปากนะคะ หัวใจทำงานในขณะที่เรานอนหลับ เช่นเดียวกับในขณะที่เราตื่น เมื่อเราวิ่ง หัวใจก็จะบีบตัวเร็วขึ้นเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอกับความต้องการ ลองเดาซิคะว่า เส้นเลือดทั่วร่างกาย ที่หัวใจต้องบีบตัวเพื่อส่งเลือดให้ไปได้จนสุดปลายทางนั้น ถ้านำเส้นเลือดทั้งหมดนี้มาต่อกันแล้วจะมีความยาวเท่าไร มีผู้ประมาณว่า มีความยาวมากกว่า  1 แสนกิโลเมตรค่ะ ซึ่งมีระยะเท่ากับการเดินทางรอบโลกถึง 4 รอบ เมื่อมองลึกลงไปในรายละเอียดของเส้นเลือดเหล่านี้ ดิฉันก็ได้พบว่า พระเจ้าของเราทรงเป็นพระเจ้าที่มีระเบียบค่ะ…

หัวใจของเรา

วันนี้เราเริ่มด้วยเสียงหัวใจเต้นนะคะ กษัตริย์ซาโลมอน ผู้ได้รับสมญานามว่า เป็นผู้ที่มีปัญญามากที่สุด ได้กล่าวไว้ในพระคัมภีร์พระธรรม สุภาษิต 4:23 ว่า “จงรักษาใจของเจ้าไว้ด้วยความระวังระไวรอบด้าน เพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ”  ถ้าผลแห่งกิจต่างๆ ในชีวิตเกิดมาจากจิตใจ ก็แสดงว่า หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญ วันนี้รายการของเราจะมาคุยกันถึงลักษณะและการทำงานของหัวใจค่ะ หัวใจของเราตั้งอยู่ในช่องอกนะคะ โดยอยู่บริเวณกลางอกค่อนไปทางด้านซ้าย ถ้าเราค่อยๆ ผ่าตัดเปิดผนังอกของเราลงไปเรื่อยๆ เราจะพบกระดูกซี่โครงก่อน เมื่อตัดกระดูกซี่โครงลงไปก็จะพบปอดและหัวใจ เราจะเห็นได้ว่า หัวใจของเราได้รับการปกป้องอย่างดีอยู่ภายในช่องอกค่ะ จริงๆแล้วหัวใจของเราเป็นเพียงกล้ามเนื้อนิ่มๆ ถ้าหัวใจของเราตั้งอยู่บริเวณขา ข้อศอก หรือเข่า เพียงแค่เราคุกเข่าหัวใจของเราก็แบนแล้ว  เราจึงเห็นได้ว่า พระเจ้าทรงสร้างหัวใจของเราอยู่อย่างปลอดภัยภายในรั้วของกระดูกซี่โครงนี่เอง ลองกำมือของท่านนะคะ  นั่นคือขนาดหัวใจของท่านค่ะ หัวใจมีขนาดประมาณเท่ากับกำปั้นของคนคนนั้น เมื่อเราผ่าหัวใจของเราออกเป็น 2 ซีก เราจะพบว่า ลักษณะของหัวใจ จริงๆ แล้วก็คือกล้ามเนื้อชนิดหนึ่งนี่เอง คล้ายๆ กับกล้ามเนื้อแขนขา แต่เป็นกล้ามเนื้อที่ทำงานอยู่นอกเหนืออำนาจของจิตใจ คือ เราไม่สามารถออกคำสั่งให้หัวใจทำงานหรือหยุดทำงานได้ หัวใจของเราถูกแบ่งออกเป็น 4 ห้อง คือ ห้องบนด้านซ้าย-ขวา และห้องล่างด้านซ้าย-ขวา โดยจะมีผนังกั้นหัวใจแต่ละห้องออกจากกัน หัวใจด้านซ้ายจะทำหน้าที่รับเลือดแดงจากปอดแล้วปั๊มเลือดแดงส่งออกไปยังเส้นเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้าซึ่งจะส่งเลือดไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ส่วนหัวใจด้านขวาจะรับเลือดดำจากร่างกายแล้วส่งไปฟอกที่ปอดซึ่งจะเปลี่ยนเลือดดำให้กลายเป็นเลือดแดงต่อไป  ถ้าผนังกั้นหัวใจมีรูรั่ว…

ดื่มน้ำกันมากๆ

วันหนึ่งขณะที่ดิฉันทำงานตรวจผู้ป่วยในแผนกผู้ป่วยนอก ก็มีผู้ป่วยหญิงท่านหนึ่ง อายุประมาณ 58 ปี มาพบด้วยอาการว่าประมาณ 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีอาการปวดเมื่อยตามตัว ใจเต้นเร็ว และรู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นกว่าเดิมเวลาทำงานมากๆ ไม่มีไข้ รับประทานอาหารได้ตามปกติ อาการอื่นๆก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ภายหลังจากฟังประวัติแล้ว เธอรู้สึกกังวลมาก กลัวว่าจะเป็นโรคหัวใจ ดิฉันก็ตรวจร่างกายของเธอ พบว่า เธอดูซีดเล็กน้อย ความดันโลหิต 125/89 มม.ปรอท อยู่ในเกณฑ์ปกติ ชีพจร 86 ครั้ง/นาที ถือว่าเร็วเล็กน้อย ฟังเสียงปอดและหัวใจก็พบว่าปกติ ตรวจร่างกายอื่นๆ ก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ จากการตรวจร่างกายดิฉันคิดว่า ยังไม่ได้คำตอบสำหรับอาการของเธอ  จึงเริ่มถามประวัติเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของเธอตามหลักการของพระเจ้า คือ นิวสตาร์ท ก็พบข้อมูลเพิ่มเติมที่น่าสนใจดังนี้ค่ะ เธอทำงานนวดแผนไทย โดยจะอยู่ในห้องแอร์ตลอด ในห้องมีอโรมาด้วย เธอดื่มน้ำ 2-3 แก้ว/วัน ส่วนอาหารก็รับประทานปกติ ออกกำลังกายโดยการทำงานนวด เธอไม่มีโรคประจำตัวใดๆ และไม่ได้กินยาประจำ จากข้อมูลทั้งหมดดิฉันคิดว่า สาเหตุอาการของเธอน่าจะเป็นจากการดำเนินชีวิตที่ไม่ถูกต้อง คือ ขาดอากาศบริสุทธิ์และดื่มน้ำไม่เพียงพอ รวมทั้งออกกำลังกายไม่เพียงพอ ดิฉันก็ได้อธิบายให้เธอฟังว่า เมื่อเราหายใจอยู่ในห้องแอร์นานๆ ไม่มีอากาศถ่ายเท…

คำพยานความเจ็บป่วย

มีอยู่วันหนึ่ง ดิฉันมีปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบค่ะ รู้สึกปวดหน่วงท้องน้อย ปัสสาวะบ่อย แสบขัดและเป็นมากถึงขั้นมีลิ่มเลือดปนมาในปัสสาวะด้วย ตอนนั้นก็อธิษฐานขอพระเจ้าให้ทรงรักษา รีบดื่มน้ำมากๆ กินยาปฏิชีวนะ และไม่กลั้นปัสสาวะ ขอบคุณพระเจ้า ในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ปัสสาวะก็กลับมาใสปกติ แต่อาการอื่นๆ ยังคงมีอยู่ แต่ลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนหายเป็นปกติในวันรุ่งขึ้น หลังจากนั้นดิฉันก็ยังกินยาต่อจนครบคอร์ส เหตุการณ์เจ็บป่วยในครั้งนี้ ดิฉันรู้สึกขอบคุณพระเจ้าด้วยเหตุผล 2 ข้อ 1 คือ ได้มีโอกาสรู้ว่า ผู้ป่วยโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้นมีอาการเป็นอย่างไร ทำให้เข้าใจจิตใจของผู้ป่วยมากขึ้น และ 2 ดิฉันรู้ค่ะว่า พระเจ้าทรงเตือนให้ดูแลสุขภาพของตนเอง เพราะสาเหตุที่ทำให้ดิฉันมีปัญหากระเพาะปัสสาวะอักเสบก็เพราะดิฉันกลั้นปัสสาวะนั่นเอง ท่านผู้ฟังคะ สุขภาพที่ดีนั้นเป็นพระพรที่พระเจ้าทรงมอบให้ ต้องรักษาไว้ให้ดี ดิฉันรู้สึกว่าเป็นพระคุณของพระเจ้าที่ทรงอนุญาตให้ความเจ็บป่วยเกิดขึ้น และเกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ และไม่รุนแรง จริงๆ แล้วกระเพาะปัสสาวะอักเสบนั้น อาจนำไปสู่การเกิดโรคกรวยไตอักเสบ ทำให้มีไข้สูงและเชื้อโรคอาจจะแพร่เข้าสู่กระแสเลือดทำให้ช็อคได้ ในพระธรรมโรม 8:28 กล่าวว่า “เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์”  สำหรับผู้ที่รักพระเจ้านั้น เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต พระเจ้าจะทรงช่วยให้เกิดผลอันดีค่ะ ขอเน้นคำว่า ทุกอย่างนะคะ ไม่ว่าเหตุการณ์นั้นจะเป็นความสุข ความทุกข์ ความเสียใจ…

แสงแดด ครั้งที่ 2

แสงแดดมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย ซึ่งทางรายการของเราได้นำเสนอไปแล้วบางส่วน ได้แก่ ฆ่าเชื้อโรค ช่วยให้ผิวพรรณผ่องใส แสงแดดยกชูจิตใจ ทำให้มีความรู้สึกผาสุกชื่นบาน แสงแดดช่วยในการสร้างวิตามินดี ซึ่งทำให้กระดูกแข็งแรง แสงแดดยังช่วยในการสร้างฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้ร่างกายอ่อนเยาว์และนอนหลับได้ดีค่ะ เราจะมาคุยกันต่อนะคะว่า แสงแดดยังมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง แสงแดดช่วยให้ระบบภูมิต้านทานแข็งแรง แสงแดดช่วยบรรเทาอาการปวด เคยมีผู้ที่มีปัญหาปวดเข่า แล้วนำเข่าทางด้านข้อพับไปตากแดดทุกวัน วันละประมาณ 10-20 นาที พบว่า ช่วยลดอาการปวดเข่าได้ด้วย น่าลองนะคะวิธีนี้ ได้ผลดีและไม่เสียเงินด้วย แสงแดดช่วยลดความดันโลหิตและลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงก็อย่าลืมออกแดดทุกวันนะคะ แสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่และต่อมลูกหมาก วิตามินดีจากแสงแดดช่วยยับยั้งการเติบโตของมะเร็ง รวมทั้งมะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเต้านมและมะเร็งลำไส้ใหญ่ แสงแดดมีข้อดีมากมายเช่นนี้ เราจึงควรจะให้ร่างกายสัมผัสกับแสงแดดทุกวัน แต่สิ่งดีที่มากเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดโทษได้ ถ้าเราได้รับแสงแดดมากเกินไปโดยเฉพาะเมื่อโดนแดดจนผิวหนังไหม้หรือ sun burn จะทำให้มีโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังเพิ่มขึ้นได้ sun burn จะทำลายเนื้อเยื่อที่ดีของผิวหนัง และเมื่อผิวหนังไหม้หรือ sun burn เกิดขึ้นซ้ำๆ จะทำให้เนื้อเยื่อชั้นผิวหนังถูกทำลายอย่างถาวรและเกิดมะเร็งได้มากขึ้น ผิวหนังไหม้ที่เกิดซ้ำๆเหล่านี้ ยังทำลายความยืดหยุ่นและต่อมไขมันใต้ผิวหนังอีกด้วยนะคะ ผลก็คือทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น และแก่กว่าวัยค่ะ ดังนั้นจึงไม่ควรตากแดดมากเกินไป อาหารก็มีส่วนป้องกันหรือส่งเสริมการเกิดมะเร็งผิวหนังด้วยค่ะ พบว่า อาหารที่มีไขมันสูง…

แสงแดด ครั้งที่ 1

หลายๆท่านคงจะรู้สึกกลัวแสงแดดนะคะ เวลาต้องออกไปอยู่กลางแดดก็อดไม่ได้ที่จะกางร่มหรือทาครีมป้องกันแสงแดด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ แต่ท่านผู้ฟังทราบไหมคะว่า เมื่อร่างกายของเราได้รับแสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะและในระยะเวลาที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อสุขภาพของเรามากทีเดียว พระเจ้าทรงสร้างโลกใน 6 วันนะคะ วันแรกเป็นวันที่ทรงสร้างแสงสว่าง ส่วนดวงอาทิตย์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 4 สิ่งเหล่านี้พระเจ้าทรงเตรียมไว้พร้อมก่อนที่จะทรงสร้างมนุษย์ แสดงว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการและมีความสำคัญต่อมนุษย์ค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงประโยชน์ของแสงสว่างนะคะ 1.แสงแดดเป็นนักฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ ในปี 1903 ในประเทศ Switzerland นพ. Auguste Rollier ได้เปิด sun clinic หรือคลินิกดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นคลินิกที่ใช้ UV จากแสงอาทิตย์ในการรักษาโรค เช่น วัณโรค rickets หรือโรคกระดูกอ่อน ฝีดาษ lupus vulgaris หรือ skin tuberculosis และบาดแผลต่างๆ ซึ่งคลินิกของคุณหมอก็ได้ช่วยเหลือคนไข้มากมายเชียวค่ะ ซึ่งมีผู้ประมาณว่า ในช่วงเวลา 20 ปี คลินิกของคุณหมอได้รักษาผู้ป่วยวัณโรคของกระดูกและข้อมากกว่า 2000 ราย และมากกว่า 80% ของผู้ป่วยหายโรคค่ะ แสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมทำให้ผิวพรรณผ่องใส เนียนลื่นและยืดหยุ่น และยังช่วยให้ต้านทานการติดเชื้อได้ดีขึ้น…

ปอดครั้งที่ 4

เราได้เคยพูดคุยถึงความสำคัญของปอดและการหายใจไปแล้ว ท่านผู้ฟังจำได้ไหมคะว่า การหายใจที่ถูกต้องนั้น ต้องเป็นอย่างไร……     ใช่แล้วค่ะ การหายใจที่ถูกต้องนั้น ขณะเราหายใจเข้า ท้องจะป่องออก แล้วท้องจะแฟบหรือยุบลงขณะที่เราหายใจออก ถ้าเราหายใจไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอจะเกิดผลกระทบด้านลบต่อร่างกายของเราค่ะ ดังที่บันทึกไว้ใน หนังสือ สุขอนามัยกับความผาสุข หน้า 272 ขออนุญาตอ่านให้ฟังนะคะ “ผิวหนังจะเหี่ยวย่น การย่อยอาหารจะช้าลง หัวใจห่อเหี่ยว สมองขุ่นมัว ทำให้ความคิดต่างๆ สับสน จิตวิญญาณจะพบแต่ความมืดมน ระบบทั้งหมดห่อเหี่ยวลงและไม่มีความกระตือรือร้น และมีโอกาสป่วยเป็นโรคต่างๆ ได้ง่าย” จากข้อมูลที่อ่านไป เราจะเห็นว่า เมื่อเราหายใจไม่เพียงพอ จะส่งผลต่อหลายระบบของร่างกาย เช่น ระบบย่อยอาหาร ระบบประสาท ระบบหัวใจ ระบบภูมิต้านทาน และยังมีผลต่อจิตใจและจิตวิญญาณอีกด้วย . ถ้าเช่นนั้น เรามาช่วยกันฟังดูนะคะว่า มีอะไรบ้างที่เป็นสาเหตุทำให้เราหายใจไม่ถูกต้องหรือไม่เพียงพอ ขอแบ่งเป็น 4 ข้อใหญ่ๆ ค่ะ หายใจน้อยหรือหายใจตื้น (เครียด) เช่น การหายใจในขณะมีความเครียดต่อเนื่องนานๆ อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศไม่บริสุทธิ์ เช่นมีควัน หรือมีผู้สูบบุหรี่ หรืออยู่ในห้องที่มีคนจำนวนมาก เช่นโรงภาพยนตร์ มีท่าทางไม่เหมาะสม เช่น…