แสงแดด ครั้งที่ 1

หลายๆท่านคงจะรู้สึกกลัวแสงแดดนะคะ เวลาต้องออกไปอยู่กลางแดดก็อดไม่ได้ที่จะกางร่มหรือทาครีมป้องกันแสงแดด สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ดีค่ะ เพราะแสงแดดที่แรงเกินไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพของเราได้ แต่ท่านผู้ฟังทราบไหมคะว่า เมื่อร่างกายของเราได้รับแสงแดดในปริมาณที่พอเหมาะและในระยะเวลาที่เหมาะสมจะส่งผลดีต่อสุขภาพของเรามากทีเดียว พระเจ้าทรงสร้างโลกใน 6 วันนะคะ วันแรกเป็นวันที่ทรงสร้างแสงสว่าง ส่วนดวงอาทิตย์นั้นเกิดขึ้นในวันที่ 4 สิ่งเหล่านี้พระเจ้าทรงเตรียมไว้พร้อมก่อนที่จะทรงสร้างมนุษย์ แสดงว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องการและมีความสำคัญต่อมนุษย์ค่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันถึงประโยชน์ของแสงสว่างนะคะ 1.แสงแดดเป็นนักฆ่าเชื้อโรคที่มีประสิทธิภาพ ในปี 1903 ในประเทศ Switzerland นพ. Auguste Rollier ได้เปิด sun clinic หรือคลินิกดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นคลินิกที่ใช้ UV จากแสงอาทิตย์ในการรักษาโรค เช่น วัณโรค rickets หรือโรคกระดูกอ่อน ฝีดาษ lupus vulgaris หรือ skin tuberculosis และบาดแผลต่างๆ ซึ่งคลินิกของคุณหมอก็ได้ช่วยเหลือคนไข้มากมายเชียวค่ะ ซึ่งมีผู้ประมาณว่า ในช่วงเวลา 20 ปี คลินิกของคุณหมอได้รักษาผู้ป่วยวัณโรคของกระดูกและข้อมากกว่า 2000 ราย และมากกว่า 80% ของผู้ป่วยหายโรคค่ะ แสงแดดในปริมาณที่เหมาะสมทำให้ผิวพรรณผ่องใส เนียนลื่นและยืดหยุ่น และยังช่วยให้ต้านทานการติดเชื้อได้ดีขึ้น…

การเลี้ยงดูฝูงแกะของพระเจ้าให้สู่ความเชื่อต่อหลักความจริงแท้2

1ทธ.2:3-4 การ​กระ‌ทำ​เช่น‍นี้​เป็น​การ​ดี และ​เป็น​ที่​ชอบ‍พระ‍ทัย​ของ​พระ‍เจ้า​พระ‍ผู้‍ช่วย‍ให้‍รอด​ของ​เราพระ‍องค์​ทรง​ประ‌สงค์​ให้​ทุก​คน​ได้​รับ​ความ​รอด​และ​รู้​ความ​จริง 1ทธ.3:15 …​คริสต‌จักร​ของ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์ เป็น​หลัก​และ​เป็น​ราก‍ฐาน​แห่ง​ความ​จริง มก.1:14-15 …ทรง​ประ‌กาศ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ​ของ​พระ‍เจ้าโดย​ตรัส​ว่า “เวลา​กำ‌หนด​มา​ถึง​แล้ว​และ​แผ่น‍ดิน​ของ​พระ‍เจ้า​ก็​มา​ใกล้​แล้ว จง​กลับ‍ใจ​ใหม่ และ​เชื่อ​ข่าว‍ประ‌เสริฐ” หนังสือ 1 ทิโมธี 3:15 วรรคหลังกล่าวว่า “คริสต‌จักร​ของ​พระ‍เจ้า​ผู้​ทรง​พระ‍ชนม์ เป็น​หลัก​และ​เป็น​ราก‍ฐาน​แห่ง​ความ​จริง” กรณีนี้ก็บ่งชี้ว่าถ้าปราศจากความจริงก็ปราศจากคริสตจักร  ความจริงจะนำมาซึ่งชีวิต และเมื่อเรามีชีวิตเราก็จะกลายเป็นคริสตจักรทันที ภารกิจเพียงหนึ่งเดียวของคริสตจักรในวันนี้ก็คือการประกาศกิตติคุณ และเนื้อหาของกิตติคุณก็คือความจริง   ความจริงได้บ่งบอกถึงประเด็นที่เป็นศูนย์กลางให้กับเรา นั่นก็คือพระเจ้าตรีเอกานุภาพผู้เป็นพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ประทานพระองค์เองเข้าสู่ภายในชีวิตของมนุษย์ที่เป็นคนบาป เพื่อความบาปของเราจะได้รับการอภัย ได้รับชีวิตของพระเจ้า และมีชีวิตองค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่ภายในเราทำให้เราเปลี่ยนแปลงเป็นบุตรของพระองค์  นี่ก็คือความจริงและก็คือพระกิตติคุณ  เราจำต้องเรียนรู้พระกิตติคุณเหล่านี้ เปาโลกล่าวว่าการที่ท่านถูกใช้ออกไปนั้นไม่เพียงเพื่อประกาศกิตติคุณเท่านั้น แต่ยังต้องสอนความจริงให้กับผู้อื่นอีกด้วย (1ทธ.2:7; 2ทธ.1:11). นี่ก็หมายความว่าเพียงแต่ประกาศกิตติคุณเท่านั้นไม่เพียงพออย่างแน่นอน   แต่ยังต้องสอนความจริงอีกด้วย. ประเด็นที่สำคัญในพระคัมภีร์ก็คือพระกิตติคุณและความจริงแท้ …เราจำต้องศึกษาพระคัมภีร์อย่างถ่องแท้  จนกระทั่งเราสามารถมองเห็นว่าพระกิตติคุณก็คือความรอดขององค์พระผู้เป็นเจ้า  และความจริงก็คือองค์พระเจ้านั่นเอง  พระกิตติคุณไม่เพียงเป็นข่าวสารอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่คือความรอดแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า  และความจริงก็ไม่ใช่เพียงเป็นหลักธรรมเท่านั้น แต่ความจริงก็คือตัวของพระเจ้าเองเลยทีเดียว เราจำต้องตระหนักว่าสิ่งที่ทั่วโลกต้องการในวันนี้ก็คือพระกิตติคุณและความจริง. พระคัมภีร์ได้บันทึกสำเร็จแล้วตั้งแต่สองพันกว่าปีก่อน และก็ได้มอบไว้ให้กับคริสตจักรแล้วด้วย. แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือเนื่องจากการตกต่ำลงของคริสตจักร ความสว่างของพระกิตติคุณจึงได้หายไป และความสว่างของความจริงก็มืดมนไป …จนกระทั่งมาถึงช่วงของการปฏิรูปศาสนา ประเด็นที่สำคัญแห่งการงานของนักปฏิรูปก็คือต้องปลดปล่อยความจริงในพระคัมภีร์ …แม้ว่าความสว่างในตอนนั้นจะมีเพียงน้อยนิด แต่ว่ายิ่งส่องสว่างแรงกล้าขึ้นทุกที…