ข้อคิดเพื่อการดำรงชีวิตในสภาวะปัจจุบัน

2 โครินธ์ 5 : 17 เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป  นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น 1 เปโตร 4 :  8 ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรหมดก็คือจงรักซึ่งกันและกันให้มาก เพราะว่าความรักลบล้างความผิดมากมายได้ สิ่งที่หาได้ยากยิ่งในโลกปัจจุบันนั้นก็คือ ถ้อยคำที่จริงจังแน่นอนจากผู้คน ลูกที่ทำให้พ่อแม่มีความสุขอยู่เสมอ คนที่รู้ใจทุกอย่าง คนที่รักเราจริงๆ ต้องการความรักอย่าบีบบังคับความรัก..เพราะความรักไม่อาจสร้างได้ด้วยการบีบบังคับให้เกิดขึ้นตามที่ต้องการ..แต่ความรักเป็นพัฒนาการที่เกิดขึ้นจากเงื่อนไขโดยตัวของมันเอง..จากประสบการณ์..จากความเข้าใจ..และจากการเรียนรู้ . มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยขัดใจคนที่ตนรักใคร่เอ็นดู..เขาชอบสิ่งใดก็จะให้สิ่งนั้น..แม้เขาไม่ขอก็ยังอยากจะเสนอให้..เป็นความสุขอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่ได้ทำให้กับคนที่ตนรัก แต่บางอย่างสำหรับบางคนอาจจะเห็นว่าทำได้ยาก..ซึ่งในความเป็นจริงอยากจะบอกว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินกว่าที่เราจะกระทำเพื่อพัฒนาตนเองและพัฒนาความรักให้เกิดขึ้นในชีวิต..โดยอาศัยหลักง่ายๆ  4 ข้อก็คือ ฝืนทำ (แรกๆ  ที่ฝืนทำจะรู้สึกไม่คล่องแต่ต้องแข็งใจทำต่อไป) ฝึกบ่อยๆ จนกลายเป็นนิสัยที่ดีงาม ข่มจิตใจ..อย่าเพิ่งเลิก..อย่าเพิ่งท้อถอย..ถ้าผลที่กระทำออกมาไม่ถูกใจ..จงข่มใจทำต่อไป ลดความเป็นตัวเองลงไป..ต้องหมั่นลดความเป็นตัวเองอย่ามี Ego สูงมากนัก..หรือคิดถึงแต่มาตรฐานของตัวเองตลอดเวลา..เพราะจะทำให้ไม่สามารถรับสิ่งดีใดๆ ได้เลย.. ทุกคนมีความสามารถ..มีความถนัดเป็นของตนเอง..เขาเหล่านั้นย่อมจะสบายใจเมื่อได้อยู่ในสังคมที่ชื่นชมในความถนัดของเขา..เพราะจะทำให้เขาเป็นคนเด่นมีความสำคัญในสังคมนั้น..แต่เขาจะรู้สึกด้อยเมื่อเข้าไปอยู่ในสังคมที่มิได้รู้สึกยกย่องในความถนัดหรือความสามารถของเขา คำติหรือคำชม ของคนนั้นไม่มีอะไรแน่นอนนัก..คนดีแสนดีคนเขาก็ติถ้าเขาไม่ชอบ..คนเลวแสนเลวก็ยังมีคนชมเมื่อเขาชอบ  ดังนั้นสำหรับมนุษย์แล้วทางที่ดีที่สุดก็คือ  ใครจะติ ใครจะชม ก็ปล่อยไป  ให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด.. คนส่วนใหญ่กลัว  “เขาว่า”  มากเหลือเกิน  คำว่า  “เขาว่า”  หมายถึงคนทั้งหลายอื่นๆ  นอกจากตัวเอง..บางคนถึงแม้จะแน่ใจว่าสิ่งนี้ดีถูกต้องแล้ว..แต่ก็ไม่กล้าทำเพราะเสียง   “เขาว่า”   ดังนั้น คำว่า …

การหนุนใจในพระเจ้า

เพราะ​ว่า​พระ​เจ้า​ไม่​ได้​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ขลาด​กลัว​แก่​เรา แต่​ประ​ทาน​ใจ​ที่​ประ​กอบ​ด้วย​ฤทธา​นุภาพ ความ​รัก และ​การ​บัง​คับ​ตน​เอง​แก่​เรา  2 ทิโมธี 1:7.. ในการต่อสู้ในชีวิตของผู้เชื่อในพระเจ้า….ความรู้สึกและความปรารถนาที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามจะตามมา  ความไม่เชื่อจะทำลายผู้ซึ่งพยายามจะมีความเชื่อและความหวังในพระเจ้า เมื่อท่านไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจุดใดคือจุดที่จะทำให้ท่านหันกลับได้  ให้ท่านหยุดพักทุกอย่างไว้ในพระเจ้า  สร้างเสริมจิตใจของท่านด้วยความเชื่อ  ทำงานด้วยความรัก และด้วยความบริสุทธิ์ในจิตวิญญาณ… พระเจ้าทรงกระทำพันธะกิจเพื่อท่าน  แต่ทว่าในบางครั้งบางทีก็ไม่ได้หมายความว่าการกระทำทุกสิ่งของท่านนั้นจะสมบูรณ์พร้อมในงานของท่านที่ท่านได้กระทำเพื่อพระองค์  แต่ขอให้ท่านมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังในการที่จะกระทำเพื่อการถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าผู้ซึ่งได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาเพื่อช่วยเราให้พ้นจากความบาป ดังนั้นเมื่อท่านสั่งสอนพระวจนะของพระองค์และรักษาพระคำของพระองค์  และให้เราได้หลอมรวมความรักความเมตตาของพระองค์เข้าไว้ในหัวใจของท่าน และให้จิตใจของท่านได้รับการทรงนำโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งจะนำพาชีวิตของท่านต่อไป…. ขอให้ท่านกล้าที่จะกระทำในสิ่งดีเพื่อพระเจ้า  ขอให้เราเริ่มต้นการทำงานรับใช้พระเจ้าด้วยการอธิษฐานและด้วยความเชื่อ, ซึ่งสิ่งนี้คือพระปัญญาอันสูงส่ง, และคือการกระทำที่เป็นตัวแทนของพระวิญญาณของพระเจ้า  เป็นตัวแทนแห่งความจริงในชีวิตคริสเตียน เป็นผู้นำทางกายภาพ และสิ่งนี้แหละคือความรอบรู้เพียงหนทางเดียวที่จะมีให้แก่เราอย่างไม่สิ้นสุด ผู้ที่ได้รับการสร้างเสริมจากพระวิญญาณของพระเจ้าจะกล่าวว่า, “เหล่าผู้ที่เชื่อในความจริงจะเป็นผู้สื่อข่าวของพระเจ้า”  เหมือนเหล่าสาวกที่พวกเขาเรียนรู้ถึงชีวิตของพระคริสต์, เรียนรู้ที่จะยกชูคำสอนของพระองค์และเพิ่มพูนความเชื่อความคาดหวังของพวกเขา, และจะมีความคิดที่สูงส่งสำหรับพระคุณความรักของพระองค์,  โดยการช่วยเหลือของพระวิญญาณบริสุทธิ์จะทำให้เขาสามารถช่วยเหลือผู้ที่กำลังหลงหายให้กลับมา  และด้วยสิ่งนี้พระผู้ช่วยให้รอดของเรากำลังสอนให้เรามีจิตใจที่เป็นดังสาวกของพระองค์ ให้เราเอาจริงเอาจังในการอธิษฐานเพื่อแสวงหาพระเจ้า  พระคริสต์ทรงตรัสว่า  “เพราะ​ว่า​ทุก​คน​ที่​ขอ​ก็​ได้ ทุก​คน​ที่​แสวง​หา​ก็​พบ และ​ทุก​คน​ที่​เคาะ​ก็​จะ​เปิด​ให้​เขา” ลูกา 11:10 เราควรจะมีความชื่นชมยินดีที่ได้มีโอกาสเป็นผู้ที่นำข่าวประเสริฐไปสู่คนทั้งหลาย  เพิ่มพูนในสิ่งที่พระคริสต์ได้ทรงวางรากฐานเอาไว้เพราะสิ่งเหล่านี้คือความรับผิดชอบของเราทุกคน  และสิ่งเหล่านี้จะได้รับการเพิ่มพูนอย่างน่าอัศจรรย์เมื่อได้รับการทรงนำและฤทธานุภาพจากพระวิญญาณบริสุทธิ์…. ท่านได้แสวงหาพระเจ้าอย่างเอาจริงจังหรือไม่?  อธิษฐาน, อธิษฐานและแสวงหาด้วยการถ่อมตัว  อย่ายกเอาความฉลาดของตัวเองขึ้นมาเพื่อพิสูจน์ว่าผู้อื่นเป็นคนบาป,  แต่ให้เราบอกกล่าวคนเหล่านั้นด้วยความสุภาพอ่อนโยนถึงความบาปที่อยู่ในหัวใจของเขา, และอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อที่พระองค์จะทรงช่วยชำระล้างจิตวิญญาณที่กลายเป็นที่พักพิงของความบาปเหล่านี้เสีย  ให้ทุกๆ ท่านได้สารภาพความผิดบาปของตัวของเขา และโน้มนำให้เขากลับเข้ามาสู่ความเชื่อที่มั่นคงถาวร —Letter 296,…

แผ่นดินสวรรค์-สิ่งมีค่าสูงสุด

แผ่นดินสวรรค์คือสิ่งที่มีค่าสูงสุด

“พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” – ยอห์น 3:16 ภายหลังจากที่พระผู้ช่วยให้รอดได้อดอาหารตลอดสี่สิบวันสี่สิบคืน “พระองค์ก็ทรงหิว” จากนั้นซาตานได้ปรากฏต่อพระองค์ ซาตานได้ปรากฏในลักษณะของทูตสวรรค์ที่สวยงาม และอ้างว่ามีคำประกาศจากพระเจ้าที่จะให้พันธกิจของการอดอาหารของพระองค์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง” – มัทธิว 4:3 แต่ทว่าในคำกล่าวอ้างของซาตานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเชื่อถือได้ พระคริสต์ทรงทราบดีว่าศัตรูของพระเจ้าที่มีอำนาจได้ลงมาสู่ในแผ่นดินโลกนี้และกลายเป็นผู้ต่อต้าน พระองค์ไม่ทรงยอมรับต่อคำกล่าวอ้างหรือกลายทดลองนี้ของซาตาน พระองค์ทรงยืนหยัดอย่างมั่นคงโดยทรงยืนยันว่า “มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” – มัทธิว 4:4 “มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” – มัทธิว 4:4 “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ให้ทุกสิ่งแก่เรา ที่จำเป็นต่อชีวิตและต่อการดำเนินตามทางพระเจ้า โดยการรู้จักพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริและคุณธรรมของพระองค์เอง” – 2 เปโตร 1:3 พระคริสต์ทรงยืนหยัดอยู่บนพระคำของพระเจ้าและพระองค์ทราบดี เมื่อเราตกอยู่ในสภาพที่กำลังอยู่ในการทดลอง จงอย่านำตนเองเข้าไปล้อเล่นกับทดลองหรือปะทะคารมโต้เถียงกับศัตรูของพระเจ้า ซึ่งเป็นประสบการณ์เดียวกับของพวกเรา เมื่อเราหยุดที่จะโต้เถียงหรือใช้เหตุผลหรือคำอธิบายใดๆ กับศัตรูของพระเจ้าเมื่อนั้นเราจะได้รับชัยชนะ สิ่งที่เราสามารถทราบได้อย่างแน่นอนว่าเรากำลังอยู่ในสงครามซึ่งเราจะอยู่ในสายพระเนตรของพระเจ้าและต้องยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงในพระสัญญาของพระเจ้าที่ได้รับ โดยสิ่งที่เราได้รับนั้นก็คือ “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ให้ทุกสิ่งแก่เรา ที่จำเป็นต่อชีวิตและต่อการดำเนินตามทางพระเจ้า โดยการรู้จักพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริและคุณธรรมของพระองค์เอง” – 2 เปโตร 1:3…

ไม้กางเขน-พระคริสต์สิ้นพระชนม์

พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อให้มนุษย์ได้รับชีวิต

“ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ไม่ใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเรา” – 1 ยอห์น 4:10 ซาตานได้ประกาศว่าจะไม่มีมนุษย์แม้แต่เพียงคนเดียวที่สามารถรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าด้วยความสัตย์ซื่อได้ แต่ทว่าถ้าแม้นมีจิตวิญญาณเพียงดวงเดียวที่สามารถกระทำได้ก็ย่อมแสดงออกมาแล้วว่าสิ่งที่ซาตานกล่าวนั้นเป็นความเท็จ จิตวิญญาณแม้เพียงดวงเดียวที่ได้รับความรอดย่อมเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมที่มาจากการปกครองของพระเจ้า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ในพระฉายาของพระองค์ มนุษย์จะต้องไม่ถูกนำไปอยู่ภายใต้การปกครองของซาตานและถูกทำลาย พระเยซูคริสต์ได้เสด็จลงมาในโลกนี้ด้วยชีวิตที่สำแดงถึงความเชื่อฟัง และพิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์สามารถเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าได้ พระองค์ได้ทรงลบล้างความผิดบาปที่อยู่บนมนุษย์ผู้เป็นคนบาป และมนุษย์ผู้เป็นคนบาปสามารถยืนอยู่ต่อเบื้องพระพักตรของพระเจ้าได้โดยการสวมเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมพระองค์เอาไว้ และพระองค์ทรงสวมเสื้อคลุมแห่งความทุกข์ระทมเอาไว้ “โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” – มัทธิว 26:39 ผู้ใดจะสามารถหยั่งรู้ถึงความทุกข์ระทมที่พระคริสต์ทรงได้รับในขณะอยู่ที่สวนเกเสมาเนได้ พระองค์กำลังทรงเป็นผู้แบกรับน้ำหนักแห่งความผิดบาปทั้งหมดของโลกนี้เอาไว้ ในขณะนั้นพระองค์รู้สึกได้ถึงความบาปผิดที่ตกทับอยู่ที่พระองค์ในขณะที่พระองค์ทำได้เพียงร้องคร่ำครวญจนทั่วทั้งสวรรค์ได้ยินถึงเสียงร้องอันทุกข์ทรมานนั้น “โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” – มัทธิว 26:39 ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพก็กำลังทนทุกข์ทรมานร่วมไปกับพระบุตรของพระองค์ ขอให้เรายืนอยู่เบื้องหน้าที่กางเขนแห่งคาวารี และเรียนรู้จากราคาค่าแห่งการไถ่ให้รอด ซึ่งได้ทำให้ดวงใจที่บริสุทธิ์ต้องทุกข์ทรมานจนแตกสลายที่กางเขนแห่งคาวารี พระองค์ได้ทรงมองดูพระเจ้าเบื้องบนแล้วร้องขึ้นว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” – มัทธิว 27:46 ทูตแห่งสวรรค์ต่างโศกเศร้าด้วยความรักที่มีต่อองค์พระเยซูผู้เป็นเจ้านายของตน พวกเขายินที่จะลงมาทำลายพวกทหารและช่วยเหลือพระองค์ แต่นั่นไม่ใช่แผนการของพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเราจะต้องดื่มถ้วยแห่งความทุกข์ทรมานนั้นแต่เพียงลำพังโดยไม่มีผู้ใดที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์ได้เลย “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” -…

ทูตสวรรค์

ข่าวทูตสวรรค์สามองค์นั้นเที่ยงแท้

“และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์ที่สามก็ตามไปประกาศด้วยเสียงดังว่า “ถ้าใครบูชาสัตว์ร้ายและรูปของมัน และรับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนนั้นจะต้องดื่มเหล้าองุ่นแห่งความกริ้วของพระเจ้าที่เทลงในถ้วยแห่งพระพิโรธของพระองค์โดยไม่เจือปนสิ่งใด และเขาจะถูกทรมานด้วยไฟและกำมะถัน ต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์บริสุทธิ์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก”” – วิวรณ์ 14:9, 10 พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะเห็นงานของข่าวทูตสวรรค์สามองค์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง พระองค์ทรงให้ประกาศกับผู้คนทุกคนให้ได้รับรู้ในเรื่องนี้ และในชั่วอายุนี้พระองค์ประสงค์ที่จะให้การประกาศของพระองค์สำแดงออกในคริสตจักรของพระองค์ พระองค์ทรงร้องขอให้ผู้ชอบธรรมของพระองค์รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง และนำข่าวสารนี้ออกไปประกาศอย่างมุ่งมั่นด้วยความเชื่อ ความมั่นใจในความจริง และด้วยความชอบธรรมของพระองค์ “พระเนตรของพระยาห์เวห์อยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี” – สุภาษิต 15:3 ให้เรามุ่งมั่นที่จะทำงานของเราให้ก้าวหน้าโดยดำเนินตามความรู้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าทรงเข้าใจถึงความตั้งใจของทุกๆคน พระองค์ทรงมองเห็นอยู่เสมอรวมถึงการทรยศของบางคนด้วย พระองค์ทรงแนะนำและตักเตือนให้กลับใจ พระองค์ทรงเห็นถึงความเอาแต่ใจตนเองของมนุษย์โดยมนุษย์มักที่จะทำในสิ่งที่ล้ำหน้าพระองค์ซึ่งพวกเขาไม่ได้คิดว่า “พระเนตรของพระยาห์เวห์อยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี” – สุภาษิต 15:3 พระเจ้าทรงมองเห็นถึงวาระสุดท้ายของแผ่นดินโลก พระองค์ทรงมองเห็นทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ พระองค์ทรงค้นดูในจิตใจของทุกคน เราจะยืนหยัดอย่างมั่นคงเมื่อยึดอยู่บนหลักการของพระคำของพระเจ้า จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงประทานความเข้มแข็งเพื่อให้เราได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆเสมอ ให้เรายังคงรักษาหลักการแห่งความชอบธรรมไว้ในชีวิตของเรา และดำเนินชีวิตไปด้วยความเข็มแข็งในพระนามของพระเจ้า เราจะต้องรักษาความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้อย่างมั่นคงด้วยการเรียนรู้และพิสูจน์โดยพระวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในประสบการณ์ชีวิตของเราตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน การกระตุ้นให้ประชาชนตื่นขึ้นนั้นคือสิ่งที่สำคัญ ในเวลาที่เราดำรงชีวิตอยู่นี้เป็นเวลาที่เราจะต้องนำพวกเขาให้กลับเข้ามาอยู่ภายใต้หลักการของพระคริสต์ เมื่อพระเจ้าทรงอยู่ในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์นั้น พระองค์ได้ทรงเปิดเผยธรรมชาติของพระองค์จากภายใน ไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดการปรากฏชัดนี้ได้ ให้เราพิจารณาดูเถิดว่าการปฏิเสธตนเอง และการเสียสละของพระองค์นั้นเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในพันธกิจโลกนี้เช่นไร เราจะต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองและเรียนรู้ที่จะเป็นแสงสะท้อนที่เหมือนกับพระองค์ เราไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบในความชอบธรรมของเรา แต่ให้เราดำเนินชีวิตของเราภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แล้วชีวิตของเราจะกลายเป็นภาพสะท้อนของชีวิตของพระเจ้าอย่างแน่นอน Letter 66, August 28,…

พระคริสต์-ทรงไถ่เรา

พระคริสต์ทรงช่วยเราด้วยเหตุใด?

“เราเป็นเถาองุ่นแท้ และพระบิดาของเราทรงเป็นผู้ดูแลรักษา แขนงทุกแขนงในเราที่ไม่ออกผล พระองค์ก็ทรงตัดทิ้งเสีย และแขนงทุกแขนงที่ออกผล พระองค์ก็ทรงลิด เพื่อให้ออกผลมากขึ้น” – ยอห์น 15:1, 2 เมื่อการทดลองมาสู่เรา อย่าให้เรามองดูความยากลำบากนั้นว่ายิ่งใหญ่จนทำให้เราไม่สามารถจะมีความชื่นชมยินดีในพระเจ้าได้ เป็นความจริงว่าจะต้องมีความรู้สึกที่แตกต่างไป จะมีเวลาที่มีกำลังใจและยามท้อถอย แต่ทว่าเราต้องพิจารณาว่าเราจะมีชีวิตอยู่ด้วยความรู้สึกหรือความเชื่อ เมื่อพี่น้องหรือเพื่อนของเราพูดจาอย่างไม่ระมัดระวัง เป็นเหตุให้เรารู้สึกวิตกกังวล แต่ก็อย่าให้เราต้องล้มลงหรือท้อถอย ขอให้เราจำไว้เสมอว่าเราอยู่ในโลกที่เต็มไปด้วยการทดลองและความเจ็บปวด ซึ่งมีทั้งความเศร้าโศกและการผิดหวัง และเมื่อประสบการณ์เหล่านั้นมาถึงเราให้สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้เรายิ่งเข้าใกล้พระคริสต์ ไม่ใช่ทำให้เราเหินห่างจากพระองค์ “พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” – ยอห์น 3:16 เมื่อการทดลองทำให้เราต้องยอมแพ้ในเงื่อนไขที่ท้อใจและยากลำบาก ให้เราเรียนรู้ที่จะศึกษาถึงประสบการณ์ชีวิตของพระเยซูคริสต์ ซึ่งพระองค์ทรงมีอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่จะต่อต้านพลังแห่งความมืดและพระองค์ก็ทรงได้รับชัยชนะ เราก็อยู่ในสงครามเดียวกัน และจะได้รับชัยชนะเหมือนกับพระองค์ “พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” – ยอห์น 3:16 เป็นสิทธิพิเศษที่เราสามารถจับมืออันแข็งแกร่งของผู้ซึ่งสามารถช่วยเราให้รอดจากสิ่งต่างๆ และนำมาถึงพระเจ้าได้ พระองค์เรียกร้องให้เรานำเอาภาระปัญหาต่างๆ มาวางไว้ที่หน้าบัลลังก์แห่งพระกรุณา และมอบจิตวิญญาณที่ไม่สามารถช่วยตนเองได้ให้แก่พระองค์ สิ่งเลวร้ายไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่อย่าลืมว่าพระคริสต์เสด็จเข้ามาในโลกของเราและในสภาพของความเป็นมนุษย์ พระองค์ทรงแบกรับความทุกข์ทรมานเหมือนดังเช่นเดียวกันกับที่มนุษย์ได้รับ และพระองค์ทรงเป็นตัวอย่างของความสัตย์ซื่อ ความอดทนภายใต้การทดลองทุกอย่าง พระเจ้าต้องการให้เราตระหนักว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ของมนุษยชาติ และเราต้องรับการทดสอบ “พวกเขาชนะพญามารด้วยพระโลหิตของพระเมษโปดก และด้วยคำพยานของพวกเขาเอง” -…

ร่างกาย-พระวิหาร-พระเจ้า

ร่างกายเป็นพระวิหารของพระเจ้า

“ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่าน ผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง? เพราะว่าพระเจ้าทรงซื้อท่านไว้แล้วด้วยราคาสูง ฉะนั้น จงถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยร่างกายของพวกท่านเถิด” – โครินธ์ 6:19-20 พระคัมภีร์ตอนนี้ได้ย้ำเตือนเราเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญไม่เฉพาะการเปลี่ยนแปลงใหม่จากข้างใน แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจากข้างนอกด้วย ให้เราลองใช้เวลาเพื่อใคร่ครวญ ร่างกายของเราเป็นพระวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์และสิ่งซึ่งควรจะปฏิบัติ ท่านต้องการให้คริสตจักรนั้นดูแย่หรือไม่? ไม่เป็นอย่างนั้นแน่! ถ้าคริสตจักรของท่านต้องการการปรับปรุง ท่านจะเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการพัฒนาและปรับปรุงคริสตจักรเพื่อให้สำแดงถึงความรักของพระเยซูในคริสตจักรนั้นหรือไม่?… ดังนั้น เราก็ควรที่จะปฏิบัติกับร่างกายของเราในทางเดียวกันกับการสร้างขึ้นใหม่ที่เราได้รับจากน้ำพระทัยของพระเจ้าสำหรับชีวิตเรา? และหนทางใดบ้างที่ท่านจะสามารถสร้างร่างกายขึ้นมาใหม่? หรือเปลี่ยนแปลงใหม่ให้ต่างจากคนอื่นๆ ที่เขายังไม่รู้จักพระเจ้า… สำหรับบางคนอาจจะเป็นการออกกำลังกาย การอดอาหารหรือรับประทานอาหารมังสะวิรัต… สิ่งเหล่านี้คือการตอบสนองต่อการเรียกร้องและการทรงนำของพระเจ้าในทางของเขา… แต่สำหรับบางคนเขาอาจจะอนุญาตให้พระเจ้าเข้ามาเปลี่ยนแปลงตัวตนความบาปเก่าๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่แตกต่างไปจากชีวิตดั้งเดิมที่เขามีอยู่ ซึ่งนั่นก็คือหนทางตอบสนองการเรียกร้องของพระเจ้าในแบบของเขาเช่นกัน… สำหรับท่าน จงค้นหาในสิ่งที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายของท่าน และอนุญาตให้พระเจ้าทำงานและเยียวยาชีวิตของท่าน เพื่อตัวท่านจะได้เป็นพรแก่ผู้อื่น มิใช่เป็นคำสาปแช่ง… “จงค้นหาในสิ่งที่ท่านต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายของท่าน และอนุญาตให้พระเจ้าทำงานและเยียวยาชีวิตของท่าน เพื่อตัวท่านจะได้เป็นพรแก่ผู้อื่น”