ครอบครัวที่หลอมบุคลิก

ตามที่เราทราบกันดีว่า      ในปัจจุบัน มีปัญหาสังคมมากมายเกิดขึ้น หลายรูปแบบ  หลายด้าน และนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น     เมื่อวิเคราะห์กันลึกลงไปแล้ว   เราจะพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากปัญหาครอบครัวนั่นเอง  เพราะครอบครัวขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดความเข้าใจ รวมทั้งขาดการอบรมสั่งสอนบุตรหลานในทางที่ถูกที่ควร ครอบครัวเป็นหน่วยพื้นฐานของสังคม คนเราไม่สามารถพัฒนาไปได้ดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้หากปราศจากครอบครัวที่ดี         ครอบครัวไม่ได้แต่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของคนเท่านั้น    แต่ยังเป็นสถาบันที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาคนให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์  โดยผ่านประสบการณ์แห่งการอยู่ร่วมกัน  มีความเข้าใจที่ดีต่อกัน  มีการแบ่งปันกัน และ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เมื่อทารกเกิดมา ยังไม่มีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว มีเพียงศักยภาพที่ได้จากพันธุกรรมเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป  ความเป็นบุคคลของทารกนั้นก็จะพัฒนาขึ้นตามลำดับ     จากกระบวนการที่ทารก มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อ-แม่ และ กับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว    เขาจะเกิดการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้นซึ่งนำไปสู่การหล่อหลอมเอกลักษณ์เฉพาะตัวในที่สุด ครอบครัวยังเป็นหน่วยพื้นฐานแห่งการแลกเปลี่ยน    สิ่งสำคัญ ที่แลกเปลี่ยนกัน ก็คือ “ความรัก”  โดยเริ่มต้นจาก พ่อ-แม่ ซึ่งเป็นผู้ให้  และลูกๆซึ่งเป็นผู้รับ    ถ้าการแลกเปลี่ยนความรักกัน  เป็นไปในบรรยากาศที่น่าพึงพอใจ  มีทั้งการให้ และการรับในสัดส่วนที่เหมาะสม  แต่ละคนในครอบครัวก็จะพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น  จะเกิดเป็นความรู้สึกไว้วางใจคนในครอบครัว  มีความเอื้ออาทรต่อกัน   และพร้อมที่จะเสียสละให้แก่กัน         แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้  ดำเนินไปอย่างไม่เหมาะสม   ก็จะก่อให้เกิด  ความรู้สึกทุกข์ใจ  คับข้องใจ   …

ครอบครัวเป็นรากฐานของเด็ก

ครอบครัวเป็นสถาบันที่มีความสำคัญและมีอิทธิพลที่สุดต่อชีวิตของเด็กๆ บ้านเป็นที่หล่อหลอมบุคลิกและอุปนิสัย แม้ว่าอารมณ์ของเด็กๆเองจะสืบทอดผ่านพันธุกรรมได้ แต่อารมณ์ของเด็กๆนั้นยังขึ้นกับสภาพครอบครัวและวิถีการอบรมเช่นกันไม่น้อย เด็กที่เติบโตจากครอบครัวที่ไม่สนใจเขา มีพ่อแม่ที่ดื้อดึงต่อต้านกฎหมาย เมื่อเด็กคนนี้เติบโตขึ้น เขาจะมีแนวโน้มจะเป็นคนที่ชอบเอาเปรียบผู้อื่น แต่เด็กที่เติบโตในบ้านที่เต็มไปด้วยความรัก ได้รับคำชมเมื่อประพฤติดี และสอนให้เคารพกฎหมาย ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่จะเกิดผลและบำเพ็ญตนเป็นประโยชน์ต่อสังคม เราลองมาดูครอบครัวที่จะถูกยกตัวอย่าง สองครอบครัวต่อไปนี้  คือ ครอบครัวของ แม๊กซ์ จู๊กส์ และ ของ โจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์ ให้อุทาหรณ์ที่น่าตกใจแห่งความตรงกันข้ามนี้ แม๊กซ์ จู๊กส์ อาศัยในรัฐนิวยอร์ค เขาไม่เชื่อการอบรมของคริสเตียน แต่งงานกับหญิงที่มีลักษณะคล้ายเขา คู่สมรสคู่นี้มีลูกหลานสืบสายมา 1026 คน ปรากฏว่า 300 คนจากคนจำนวนนี้ตายก่อนกำหนด 100คน ถูกส่งเข้าสถานดัดสันดานอยู่ประมาณ 13ปีเฉลี่ยต่อคน 190คน กลายเป็นโสเภณีและ 100คนเป็นคนขี้เมา ถ้าเราใช้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน รัฐบาลต้องเสียเงินกว่า 6ล้านเหรียญสหรัฐในการแก้ไขปัญหาที่ครอบครัวนี้ก่อขึ้น และไม่มีบันทึกใดที่แสดงว่าครอบครัวนี้ทำประโยชน์ต่อสารธารณะเลย โจนาธาน เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ที่อยู่ในรัฐเดียวกัน แต่เชื่อในการอบรมแบบคริสเตียนและแต่งงานกับหญิงที่คล้ายเขา ได้มีการศึกษาและพบว่า ลูกหลาน 729คนจากตระกูลนี้ 300คนเป็นนักเทศนา 65คนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย 13คนเป็นประธานมหาวิทยาลัย 60คนเป็นนักประพันธ์หนังสือ…

แหวน-ความรัก-การแต่งงาน-พระคัมภีร์

การแต่งงาน ต้องมีความรักแบบพระเจ้า

เราจะมีครอบครัวแบบคริสเตียนได้ ก็ต่อเมื่อคู่สมรส ต่างก็เป็นคริสเตียนบังเกิดใหม่ เพราะพระเยซูคริสต์เท่านั้น ที่ทำให้การสมรสเป็นแบบคริสเตียนได้   ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ทำกันอยู่โดยทั่วไป  การสมรสจะเป็นแบบคริสเตียนได้ ทั้งชายและหญิงต้องมีพระเยซูคริสต์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคู่สมรสนั้นเป็นส่วนตัว การแต่งงาน ต้องมีความรักแบบพระเจ้า เป็นฐานของการพัฒนาครอบครัว          หากฐานอ่อนแอ ครอบครัวก็อ่อนแอด้วย    พระเยซูคริสต์ต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคู่สมรสหากจะให้บ้านมีบรรยากาศของครอบครัวแบบคริสเตียน   คริสเตียนหลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ตนมีครอบครัวแบบคริสเตียน       ทั้งๆที่ ความเป็นจริงนั้น   พระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นศีรษะ หรือศูนย์กลางชีวิตของคนในครอบครัว นั้นเลย อีกประการหนึ่ง ครอบครัวแบบคริสเตียนที่แท้จริงต้องยอมรับสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์โดยใช้เป็นคู่มือการดำเนินชีวิตประจำบ้าน พระวจนะของพระเจ้า ต้องอยู่เหนือวัฒนธรรม และ ประเพณีของบ้าน หรือของตระกูล ถ้ามีการปฏิบัติใดๆในบ้านขัดแย้งกับคำสอนของพระคัมภีร์ คู่สมรสหรือครอบครัวนั้น จะต้องใช้พระคริสตธรรมคัมภีร์ชี้ขาด แนวทางเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น        มาดูทัศนะการสมรสที่อยู่นอกเหนือพระเยซูคริสต์ที่เราพบเห็นกันบ่อยๆในสังคม โดยเปรียบเทียบ กับ การสมรสในทัศนะของคริสเตียน  ดังนี้คือ บางคน การสมรส คือ 1+1 = 2 ความสัมพันธ์ในทัศนะนี้ หมายความว่า    ผู้ชาย และผู้หญิง ต่างก็มีโลกของตัวเอง ที่ตนจะอยู่  จะทำ…

ครอบครัว-ความรัก-ผู้สูงวัย

ความรักที่มีวุฒิภาวะ

“ อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูด และ ด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำ และความจริง ” – 1 ยน. 3:18 ความรักเป็นสิ่งพิเศษและล้ำค่ายิ่งใหญ่ เพราะมันผูกพันชีวิตคู่เข้าด้วยกัน ผูกพันชีวิตพ่อแม่ลูก หรือแม้กระทั่ง ความรักที่มีต่อเพื่อนๆ ต่อสถาบัน และต่อบุคคลอื่นๆ การวิจัยพบว่า ความรักเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตคู่ คู่แต่งงานที่มีความรักต่อกันในระดับสูง จะมีชีวิตที่น่าพึงพอใจในระดับสูงด้วย แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้น การแก้ปัญหาก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าคู่แต่งงานที่มีความรักจืดจางลงแล้ว “ ความรักเป็นสิ่งพิเศษ ยิ่งให้ออกไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น ” จากการสำรวจความคิดเห็นของคู่แต่งงานพบว่า ความรักถูกเลือกให้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข ไม่ใช่ SEX หรือเงินทอง ตามที่หลายคนคิด เราทุกคนรู้ว่า ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยเข้าใจความรักเท่าไรนัก และไม่ค่อยได้สำแดงความรักออกเป็นรูปธรรมแก่กันและกัน (1 ยน.3:18) หาก เราไม่ได้สนใจใช้ความรักในชีวิตแต่งงานเท่าที่ควรจะเป็น นานวันเข้าความรักก็กลายเป็นสิ่งตรงข้ามได้คือ ความเกลียด และแทนที่จะสร้างสรรค์ชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น มันกลับทำลายชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวลงอย่างน่าเสียดาย  ความรักที่มีวุฒิภาวะ ( Mature Love) คืออะไร ? ความรักที่มีวุฒิภาวะคือ…

ครอบครัว-คู่รัก-สามี-ภรรยา

ความเป็นคู่รักของสามีภรรยา

ชาย-หญิงเกือบทุกคน มักเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของความรักและมีอาการที่เราเรียกว่า “ตกหลุมรัก” (Fall in Love) อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จนกระทั่งได้แต่งงานกัน มีชีวิตเป็นสามี-ภรรยากัน และได้อยู่กินด้วยกันฉันท์ครอบครัว แต่อนิจจา! น่าเสียดายที่หลังแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ก็พบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจาก “หลุมรัก” หรือ “ความเป็นคู่รัก” ได้สูญหายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้ว เหตุใดคู่แต่งงานจึงสูญเสีย “ความเป็นคู่รัก” ที่มีต่อกัน สามีภรรยามากมาย เมื่อได้อยู่กินด้วยกันและใช้ชีวิตร่วมกันไปได้สักระยะหนึ่ง พวกเขามักจะพบว่า ความรู้สึก “ตกหลุมรัก” ได้อันตรธานไปจากความสัมพันธ์ของพวกเขา ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ สามีภรรยามากมายคิดว่า ประสบการณ์ครั้งที่ยังเป็น “คู่รัก” กันอยู่นั้น เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่หลอกลวง และเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น หรือไม่ก็ เป็นความผิดพลาดของชีวิตที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอยู่ทุกวันนี้ แต่ความจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราไม่จำเป็นต้องก้มหน้าก้มตารับความทุกข์ใจจากชีวิตรักของเราเลย การที่เราได้กระเด็น “ออกจากหลุมรัก” เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่สำคัญ ก็คือ 1. มีปัญหาในการสื่อสัมพันธ์ คือ ความไม่เข้าใจกัน ไม่รู้จะสื่อความหมายที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนแต่งงานไม่ได้ตรวจสอบระบบสื่อสัมพันธ์กันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อมาเป็นสามีภรรยากันแล้วจึงพบว่า การสื่อสัมพันธ์ ที่มีอยู่ไม่มีพื้นฐานที่ดีเพียงพอ 2. มีปัญหาบุคคลที่สาม คือ บุคคลอื่นๆ…

ความรัก-หัวใจ-อากาเป

พลังรักแบบ ‘อากาเป’

AGAPE (อากาเป) คือ ความรักแบบพระเจ้า มีลักษณะดังนี้คือรักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่มีเงื่อนไข รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน รักที่ให้คุณค่าผู้อื่น รักที่เห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น รักที่ยอมเสียสละ ขอนำ คำว่า “AGAPE” ในภาษาอังกฤษ มาใช้เป็น หลัก 5 ประการ เพื่อการดำเนินชีวิตตามวิถีของพระเจ้า ซึ่งจะครอบคลุม ความคิด อารมณ์ และการกระทำ ที่จะช่วยทำให้ครอบครัวของเรา เป็นอิสระจากความทุกข์ เพราะความกังวลใจ และจะช่วยทำให้ชีวิตครอบครัวของเรา มีความสมดุล A = Acknowledge คือ การรับรู้ ถึงคุณค่ายิ่งใหญ่แห่งความรักของพระเจ้าเสมอ ไม่ว่าเราจะคิด หรือทำอะไรอยู่ เราต้องรับรู้ว่า พลังแห่งความรักพระเจ้าทรงคุณค่ายิ่งใหญ่ ทรงพระชนม์อยู่ และทรงอยู่กับเราเสมอ เราควรจำนนชีวิตให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในครอบครัวทุกด้าน เพื่อเราจะดำรงชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้าเหมือนอย่างพระเยซู ดังที่พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า “…ถ้าพระองค์พอพระทัย…อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด” – ลูกา 22:42 เพราะ ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า คือ การทำตามพระทัยของพระบิดาในสวรรค์ (1 ยน.2:15-17) “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา…