วิธีประยุกต์บทบาทคู่สมรสสู่การปฏิบัติจริง(1)

เราคงไม่อยากเห็นคู่สมรสใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันโดยมีแต่วิชาการหรือหลักการเท่านั้น แต่เราควรประยุกต์หลักการ มาสู่การปฏิบัติจริง  เพื่อจะทำให้ครอบครัวของเรามีความสงบสุขและมั่งคงยั่งยืนอย่างแท้จริง   พระคริสต์ธรรมคัมภีร์ได้ให้แนวทางในการทำหน้าที่ของภรรยาและสามีไว้ดังนี้ว่า “ฝ่ายภรรยาจงยอมฟังสามีของตน  เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า  เพราะว่าสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร  ซึ่งเป็นพระกายของพระองค์  และพระองค์ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร  คริสตจักรยอมฟังพระคริสต์ฉันใด  ภรรยาควรยอมฟังสามีทุกประการฉันนั้น  ฝ่ายสามีจงรักภรรยาของตน  เหมือนอย่างที่พระคริสต์ทรงรักคริสตจักร      และทรงประทานพระองค์เอง เพื่อคริสตจักร  เพื่อจะได้ทรงทำให้คริสตจักรบริสุทธิ์”    ( เอเฟซัส 5: 22-33) “ เพื่อพระพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี  ไม่มีตำหนิริ้วรอยหรือมลทินใด ๆ เลย       แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ  เช่นนั้นแหละ สามีจึงควรรักภรรยาของตน  เหมือนเหมือนกับรักกายของตนเอง  ผู้ที่รักภรรยาของตนก็รักตนเอง  เพราะว่าไม่มีผู้ใดเกลียดชังเนื้อหนังของตนเอง  มีแต่เลี้ยงดูแลทะนุถนอมเหมือนพระคริสต์ทรงกระทำแก่คริสตจักร  เพราะว่าเราเป็นอวัยวะแห่งพระกายของพระองค์    เพราะเหตุนี้ผู้ชายจึงละบิดามารดาของตนไปผูกพันอยู่กับภรรยา  และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน ” เราจะนำความจริงเหล่านี้   มาประยุกต์ใช้ในชีวิตของตน    โดยไม่ต้องห่วงถึงบทบาทของอีกฝ่ายหนึ่ง  แต่ให้มีใจจดจ่ออยู่กับบทบาทในชีวิตสมรสของตนเองว่า  ได้เป็นไปตามที่พระคัมภีร์สอนไว้หรือยัง  เราส่วนมาก มักยกเอาคำสอนของพระคัมภีร์มาบังคับให้อีกฝ่ายหนึ่งปฏิบัติ  แต่ไม่ชอบนำมาใช้ปฏิบัติกับตนเอง  เช่น  ภรรยาบางคนอาจจะโต้ตอบว่า   ” ดิฉันยินดีจะเชื่อฟังสามี  ถ้าเขารักดิฉันอย่างที่ดิฉันต้องการ ”  การตั้งเงื่อนไขเช่นนี้ ก็เท่ากับเป็นการบอกว่า…

ต้อกระจก ตอนที่ 2

โรคต้อกระจก เป็นปัญหาทางสายตาที่มีผลต่อประชาชนมานานแล้วนะคะ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ทำให้มีปัญหาสายตาพร่ามัว การมองเห็นลดลง บางรายอาจจะเกิดโรคต้อหินเฉียบพลันแทรกซ้อนทำให้ตาบอดในที่สุดได้ค่ะ ต้อกระจก คือโรคที่เกิดจากความขุ่นมัวของเลนส์แก้วตาธรรมชาติซึ่งปรกติจะใส สำหรับสาเหตุของโรคต้อกระจกนั้นมีหลายสาเหตุนะคะ ส่วนใหญ่เป็นการเสื่อมตามวัยค่ะ อายุที่มากขึ้นเลนส์แก้วตาก็จะเริ่มหนาและแข็งขึ้นที่จุดกึ่งกลาง ทำให้มีผลต่อความสามารถในการปรับสายตา สาเหตุอื่นๆที่พบได้เช่น โรคแทรกซ้อนทางตาบางชนิด เช่น โรคต้อหิน ผลจากยาบางชนิด เช่น สเตอรอยด์ โรคที่ผิดปกติทางพันธุกรรมหรือทางเมตาบอลิค โรคที่เกิดจากการขาดอาหาร อุบัติเหตุ การอักเสบทั้งจากการติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ การรับรังสีก็ทำให้เกิดต้อกระจกได้ เด็กที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อหัดเยอรมันในระยะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก เป็นต้น นอกจากนี้ หากเกิดร่วมกับบางโรคอาจทำให้เลนส์ขุ่นขึ้นได้เร็วกว่าปกติ เช่น เบาหวาน เป็นต้นค่ะ อาหารมีส่วนสำคัญนะคะ การรับประทานอาหารที่มีอนุมูลอิสระมาก เช่น ของทอด เนื้อสัตว์ ก็จะเร่งให้เกิดต้อกระจกเร็วขึ้นค่ะ สำหรับการรักษาด้วยยานั้น : บางกรณีก็ใช้ได้ผลคือทำให้เลนส์ที่ขุ่นใสขึ้นได้ หรืออย่างน้อยก็ทำให้การขุ่นที่ค่อยๆมากขึ้นนั้น ขุ่นช้าลงกว่าเดิม แต่ไม่ค่อยได้ผลถ้าเลนส์ขุ่นมากแล้ว มักใช้ในกรณีที่เริ่มเป็นน้อยๆมากกว่า การรักษาที่ได้ผลส่วนใหญ่จึงยังคงเป็นการผ่าตัดค่ะ สิ่งที่ผู้ป่วยต้อกระจกทุกรายคาดหวังเมื่อตัดสินใจเข้ารับการรักษาก็คือ การกลับมามองเห็นได้ดีเหมือนหรือใกล้เคียงปรกติมากที่สุด นอกเหนือจากปัจจัยที่เกี่ยวกับพยาธิสภาพที่ตาแล้ว เทคนิคการผ่าตัด และการเลือกค่าสายตาและชนิดของเลนส์แก้วตาเทียมให้เหมาะสมกับตาที่รับการผ่าตัดของผู้ป่วยแต่ละรายก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมองเห็นได้ดีมากน้อยเพียงใด ปัจจุบันการผ่าตัดแบ่งเป็น 2 วีธี คือ การผ่าตัดเพื่อนำเลนส์แก้วตาออกมา…