การทรงเรียกผู้รับใช้ของพระเจ้า
อพยพ 3 : 1 – 10 “ฝ่ายโมเสสเมื่อเลี้ยงฝูงแพะแกะของเยโธรพ่อตาผู้เป็นปุโรหิตของคนมีเดียน ได้พาฝูงแพะแกะไปทางตะวันตกของถิ่นทุรกันดาร จนมาถึงภูเขาของพระเจ้าคือ โฮเรบ ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสสท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ โมเสสมองดู เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป…..ครั้นพระเจ้าทอดพระเนตรเห็นเขาเดินเข้ามาดู จึงตรัสออกมาจากพุ่มไม้นั้นว่า “โมเสส โมเสสเอ๋ย…..พระเจ้าตรัสว่า “เราเห็นความทุกข์ของประชากรของเราที่อยู่ในประเทศอียิปต์แล้ว……เราลงมาเพื่อจะช่วยเขาให้รอดจากมือชาวอียิปต์ และนำเขาออกจากประเทศนั้น ไปยังแผ่นดินที่อุดมกว้างขวาง เป็นแผ่นดินที่มีน้ำนม และน้ำผึ้งไหลบริบูรณ์…… เราจะใช้เจ้าไปเฝ้าฟาโรห์ เพื่อจะได้พาประชากรของเราคือชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์” พระเจ้าทรงเรียกผู้รับใช้ของพระองค์เพื่อให้พันธกิจของพระองค์สำเร็จในโลกนี้่ พระองค์ทรงเรียกมนุษย์ให้มารับหน้าที่อันศักดิ์สิทธิ์เพื่อนำพาให้มนุษย์ชาติทั้งหลายได้พ้นจากความบาป และกลับมาสู่ความบริสุทธิ์อีกครั้งหนึ่ง พระเจ้าทรงมีตระเตรียมแผนการที่ดีและวางแผนอย่างเหมาะสมในการเลือกสรรบุคคลที่จะเป็นผู้รับใช้ของพระองค์ พระองค์ทรงเรียกมนุษย์ให้มาเป็นผู้รับใช้และร่วมงานกับพระองค์ตามสถานภาพที่เขาเป็นอยู่ เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงเรียกโมเสสในขณะที่เขากำลังเลี้ยงฝูงแกะฝูงแพะ ซึ่งนั่นคืออาชีพหลักของเขา ถ้าหากพระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะเรียกเราให้เป็นผู้รับใช้และร่วมงานกับพระองค์ พระองค์ก็จะทรงเรียกเราได้ทั้งโดยเหตุการณ์ที่เป็นอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ และโดยเหตุการณ์ปกติทั่วไป โดยที่พระวิญญาณของพระเจ้าจะทรงตรัสผ่านจิตใจของเราให้สำนึกถึงพระคุณของพระองค์ ความรู้สึกที่ร้อนรนจะนำข่าวประเสริฐไปบอกให้คนอื่นได้รับรู้ถึงพระคุณของพระองค์ ความรู้สึกนี้จะบังเกิดขึ้นเองด้วยแรงกระตุ้นภายในที่มาจากการเชื่อในพระวจนะของพระองค์ ดังนั้นมนุษย์เองจึงจะต้องเป็นผู้เลือกว่าจะตอบสนองต่อการทรงเรียกนั้นอย่างไร. พระเจ้าทรงรู้จักเราแต่ละคนเป็นอย่างดีตั้งแต่เรายังไม่ก่อกำเนิดด้วยซ้ำ พระองค์ทรงตระเตรียมชีวิตของเราแต่ละคนอย่างเฉพาะเจาะจงมิใช่เพื่อประโยชน์ของเราเอง แต่เพื่อแผนการของพระองค์ที่ตระเตรียมเอาไว้สำหรับโลกนี้ พระองค์ทรงประทานมนุษย์แต่ละคนไว้เพื่องานของพระองค์ในโลกนี้ซึ่งแต่ละคนนั้นไม่มีใครสามารถทดแทนกันได้ แต่จะเป็นการทำงานที่ประสานกันเป็นกายเดียวกัน เหมือนที่พระเจ้าทรงเรียกโมเสสเพื่ือนำชนชาติอิสราเอลออกมาจากอิยิปต์ แต่โมเสสก็ไม่ได้รับการทรงเรียกให้เป็นมหาปุโรหิต ดังนั้นในฐานะผู้เชื่อจะต้องแสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ทรงมีต่อชีวิตของเรา เพื่อการรับใช้พระองค์ในโลก และนำความรอดไปสู่โลกที่มืดมนไปด้วยความบาปและกำลังจะพินาศนี้ โมเสสได้รับการทรงเรียกมาเป็นผู้รับใช้และร่วมงานกับพระองค์โดยเฉพาะ เพื่อการแบ่งแยกที่บริสุทธิ์ ซึ่งไม่ได้หมายเพียงว่าการปราศจากมลทินจากความชั่วร้ายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงเป็นการสำแดงความบริสุทธิ์ของพระเจ้าด้วย ดังนั้นเราจะเห็นได้ว่าโมเสสมีชีวิตอยู่ก็เพื่อพระเจ้าเท่านั้น มิใช่มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง ผู้เชื่อทุกคนได้รับการทรงเลือกและเรียกจากพระเจ้าเขาจะไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองแต่เพื่อถวายพระเกียรติแด่พระเจ้า …
