ครอบครัว-ความรัก-ผู้สูงวัย

ความรักที่มีวุฒิภาวะ

“ อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูด และ ด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำ และความจริง ” – 1 ยน. 3:18 ความรักเป็นสิ่งพิเศษและล้ำค่ายิ่งใหญ่ เพราะมันผูกพันชีวิตคู่เข้าด้วยกัน ผูกพันชีวิตพ่อแม่ลูก หรือแม้กระทั่ง ความรักที่มีต่อเพื่อนๆ ต่อสถาบัน และต่อบุคคลอื่นๆ การวิจัยพบว่า ความรักเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตคู่ คู่แต่งงานที่มีความรักต่อกันในระดับสูง จะมีชีวิตที่น่าพึงพอใจในระดับสูงด้วย แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้น การแก้ปัญหาก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าคู่แต่งงานที่มีความรักจืดจางลงแล้ว “ ความรักเป็นสิ่งพิเศษ ยิ่งให้ออกไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น ” จากการสำรวจความคิดเห็นของคู่แต่งงานพบว่า ความรักถูกเลือกให้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข ไม่ใช่ SEX หรือเงินทอง ตามที่หลายคนคิด เราทุกคนรู้ว่า ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยเข้าใจความรักเท่าไรนัก และไม่ค่อยได้สำแดงความรักออกเป็นรูปธรรมแก่กันและกัน (1 ยน.3:18) หาก เราไม่ได้สนใจใช้ความรักในชีวิตแต่งงานเท่าที่ควรจะเป็น นานวันเข้าความรักก็กลายเป็นสิ่งตรงข้ามได้คือ ความเกลียด และแทนที่จะสร้างสรรค์ชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น มันกลับทำลายชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวลงอย่างน่าเสียดาย  ความรักที่มีวุฒิภาวะ ( Mature Love) คืออะไร ? ความรักที่มีวุฒิภาวะคือ…

ครอบครัว-คู่รัก-สามี-ภรรยา

ความเป็นคู่รักของสามีภรรยา

ชาย-หญิงเกือบทุกคน มักเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของความรักและมีอาการที่เราเรียกว่า “ตกหลุมรัก” (Fall in Love) อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จนกระทั่งได้แต่งงานกัน มีชีวิตเป็นสามี-ภรรยากัน และได้อยู่กินด้วยกันฉันท์ครอบครัว แต่อนิจจา! น่าเสียดายที่หลังแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ก็พบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจาก “หลุมรัก” หรือ “ความเป็นคู่รัก” ได้สูญหายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้ว เหตุใดคู่แต่งงานจึงสูญเสีย “ความเป็นคู่รัก” ที่มีต่อกัน สามีภรรยามากมาย เมื่อได้อยู่กินด้วยกันและใช้ชีวิตร่วมกันไปได้สักระยะหนึ่ง พวกเขามักจะพบว่า ความรู้สึก “ตกหลุมรัก” ได้อันตรธานไปจากความสัมพันธ์ของพวกเขา ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ สามีภรรยามากมายคิดว่า ประสบการณ์ครั้งที่ยังเป็น “คู่รัก” กันอยู่นั้น เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่หลอกลวง และเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น หรือไม่ก็ เป็นความผิดพลาดของชีวิตที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอยู่ทุกวันนี้ แต่ความจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราไม่จำเป็นต้องก้มหน้าก้มตารับความทุกข์ใจจากชีวิตรักของเราเลย การที่เราได้กระเด็น “ออกจากหลุมรัก” เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่สำคัญ ก็คือ 1. มีปัญหาในการสื่อสัมพันธ์ คือ ความไม่เข้าใจกัน ไม่รู้จะสื่อความหมายที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนแต่งงานไม่ได้ตรวจสอบระบบสื่อสัมพันธ์กันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อมาเป็นสามีภรรยากันแล้วจึงพบว่า การสื่อสัมพันธ์ ที่มีอยู่ไม่มีพื้นฐานที่ดีเพียงพอ 2. มีปัญหาบุคคลที่สาม คือ บุคคลอื่นๆ…

ความรัก-หัวใจ-อากาเป

พลังรักแบบ ‘อากาเป’

AGAPE (อากาเป) คือ ความรักแบบพระเจ้า มีลักษณะดังนี้คือรักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่มีเงื่อนไข รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน รักที่ให้คุณค่าผู้อื่น รักที่เห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น รักที่ยอมเสียสละ ขอนำ คำว่า “AGAPE” ในภาษาอังกฤษ มาใช้เป็น หลัก 5 ประการ เพื่อการดำเนินชีวิตตามวิถีของพระเจ้า ซึ่งจะครอบคลุม ความคิด อารมณ์ และการกระทำ ที่จะช่วยทำให้ครอบครัวของเรา เป็นอิสระจากความทุกข์ เพราะความกังวลใจ และจะช่วยทำให้ชีวิตครอบครัวของเรา มีความสมดุล A = Acknowledge คือ การรับรู้ ถึงคุณค่ายิ่งใหญ่แห่งความรักของพระเจ้าเสมอ ไม่ว่าเราจะคิด หรือทำอะไรอยู่ เราต้องรับรู้ว่า พลังแห่งความรักพระเจ้าทรงคุณค่ายิ่งใหญ่ ทรงพระชนม์อยู่ และทรงอยู่กับเราเสมอ เราควรจำนนชีวิตให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในครอบครัวทุกด้าน เพื่อเราจะดำรงชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้าเหมือนอย่างพระเยซู ดังที่พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า “…ถ้าพระองค์พอพระทัย…อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด” – ลูกา 22:42 เพราะ ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า คือ การทำตามพระทัยของพระบิดาในสวรรค์ (1 ยน.2:15-17) “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา…

แผ่นดินสวรรค์-สิ่งมีค่าสูงสุด

แผ่นดินสวรรค์คือสิ่งที่มีค่าสูงสุด

“พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” – ยอห์น 3:16 ภายหลังจากที่พระผู้ช่วยให้รอดได้อดอาหารตลอดสี่สิบวันสี่สิบคืน “พระองค์ก็ทรงหิว” จากนั้นซาตานได้ปรากฏต่อพระองค์ ซาตานได้ปรากฏในลักษณะของทูตสวรรค์ที่สวยงาม และอ้างว่ามีคำประกาศจากพระเจ้าที่จะให้พันธกิจของการอดอาหารของพระองค์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว “ถ้าท่านเป็นพระบุตรของพระเจ้า จงสั่งก้อนหินเหล่านี้ให้กลายเป็นขนมปัง” – มัทธิว 4:3 แต่ทว่าในคำกล่าวอ้างของซาตานนั้นเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเชื่อถือได้ พระคริสต์ทรงทราบดีว่าศัตรูของพระเจ้าที่มีอำนาจได้ลงมาสู่ในแผ่นดินโลกนี้และกลายเป็นผู้ต่อต้าน พระองค์ไม่ทรงยอมรับต่อคำกล่าวอ้างหรือกลายทดลองนี้ของซาตาน พระองค์ทรงยืนหยัดอย่างมั่นคงโดยทรงยืนยันว่า “มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” – มัทธิว 4:4 “มนุษย์จะดำรงชีวิตด้วยอาหารเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่ต้องดำรงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคำซึ่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” – มัทธิว 4:4 “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ให้ทุกสิ่งแก่เรา ที่จำเป็นต่อชีวิตและต่อการดำเนินตามทางพระเจ้า โดยการรู้จักพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริและคุณธรรมของพระองค์เอง” – 2 เปโตร 1:3 พระคริสต์ทรงยืนหยัดอยู่บนพระคำของพระเจ้าและพระองค์ทราบดี เมื่อเราตกอยู่ในสภาพที่กำลังอยู่ในการทดลอง จงอย่านำตนเองเข้าไปล้อเล่นกับทดลองหรือปะทะคารมโต้เถียงกับศัตรูของพระเจ้า ซึ่งเป็นประสบการณ์เดียวกับของพวกเรา เมื่อเราหยุดที่จะโต้เถียงหรือใช้เหตุผลหรือคำอธิบายใดๆ กับศัตรูของพระเจ้าเมื่อนั้นเราจะได้รับชัยชนะ สิ่งที่เราสามารถทราบได้อย่างแน่นอนว่าเรากำลังอยู่ในสงครามซึ่งเราจะอยู่ในสายพระเนตรของพระเจ้าและต้องยืนหยัดอยู่อย่างมั่นคงในพระสัญญาของพระเจ้าที่ได้รับ โดยสิ่งที่เราได้รับนั้นก็คือ “ฤทธิ์เดชของพระเจ้าได้ให้ทุกสิ่งแก่เรา ที่จำเป็นต่อชีวิตและต่อการดำเนินตามทางพระเจ้า โดยการรู้จักพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกเราด้วยพระสิริและคุณธรรมของพระองค์เอง” – 2 เปโตร 1:3…

ไม้กางเขน-พระคริสต์สิ้นพระชนม์

พระคริสต์สิ้นพระชนม์เพื่อให้มนุษย์ได้รับชีวิต

“ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้ไม่ใช่ที่เรารักพระเจ้า แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา เพื่อเป็นเครื่องบูชาลบบาปของเรา” – 1 ยอห์น 4:10 ซาตานได้ประกาศว่าจะไม่มีมนุษย์แม้แต่เพียงคนเดียวที่สามารถรักษาพระบัญญัติของพระเจ้าด้วยความสัตย์ซื่อได้ แต่ทว่าถ้าแม้นมีจิตวิญญาณเพียงดวงเดียวที่สามารถกระทำได้ก็ย่อมแสดงออกมาแล้วว่าสิ่งที่ซาตานกล่าวนั้นเป็นความเท็จ จิตวิญญาณแม้เพียงดวงเดียวที่ได้รับความรอดย่อมเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความชอบธรรมที่มาจากการปกครองของพระเจ้า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ในพระฉายาของพระองค์ มนุษย์จะต้องไม่ถูกนำไปอยู่ภายใต้การปกครองของซาตานและถูกทำลาย พระเยซูคริสต์ได้เสด็จลงมาในโลกนี้ด้วยชีวิตที่สำแดงถึงความเชื่อฟัง และพิสูจน์ให้เห็นว่ามนุษย์สามารถเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้าได้ พระองค์ได้ทรงลบล้างความผิดบาปที่อยู่บนมนุษย์ผู้เป็นคนบาป และมนุษย์ผู้เป็นคนบาปสามารถยืนอยู่ต่อเบื้องพระพักตรของพระเจ้าได้โดยการสวมเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมพระองค์เอาไว้ และพระองค์ทรงสวมเสื้อคลุมแห่งความทุกข์ระทมเอาไว้ “โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” – มัทธิว 26:39 ผู้ใดจะสามารถหยั่งรู้ถึงความทุกข์ระทมที่พระคริสต์ทรงได้รับในขณะอยู่ที่สวนเกเสมาเนได้ พระองค์กำลังทรงเป็นผู้แบกรับน้ำหนักแห่งความผิดบาปทั้งหมดของโลกนี้เอาไว้ ในขณะนั้นพระองค์รู้สึกได้ถึงความบาปผิดที่ตกทับอยู่ที่พระองค์ในขณะที่พระองค์ทำได้เพียงร้องคร่ำครวญจนทั่วทั้งสวรรค์ได้ยินถึงเสียงร้องอันทุกข์ทรมานนั้น “โอพระบิดาของข้าพระองค์ ถ้าเป็นได้ขอให้ถ้วยนี้เลื่อนพ้นไปจากข้าพระองค์เถิด แต่อย่างไรก็ดี อย่าให้เป็นไปตามใจปรารถนาของข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์” – มัทธิว 26:39 ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพก็กำลังทนทุกข์ทรมานร่วมไปกับพระบุตรของพระองค์ ขอให้เรายืนอยู่เบื้องหน้าที่กางเขนแห่งคาวารี และเรียนรู้จากราคาค่าแห่งการไถ่ให้รอด ซึ่งได้ทำให้ดวงใจที่บริสุทธิ์ต้องทุกข์ทรมานจนแตกสลายที่กางเขนแห่งคาวารี พระองค์ได้ทรงมองดูพระเจ้าเบื้องบนแล้วร้องขึ้นว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” – มัทธิว 27:46 ทูตแห่งสวรรค์ต่างโศกเศร้าด้วยความรักที่มีต่อองค์พระเยซูผู้เป็นเจ้านายของตน พวกเขายินที่จะลงมาทำลายพวกทหารและช่วยเหลือพระองค์ แต่นั่นไม่ใช่แผนการของพระเจ้า พระผู้ช่วยให้รอดของเราจะต้องดื่มถ้วยแห่งความทุกข์ทรมานนั้นแต่เพียงลำพังโดยไม่มีผู้ใดที่จะอยู่เคียงข้างพระองค์ได้เลย “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ทำไมพระองค์ทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย?” -…

ทูตสวรรค์

ข่าวทูตสวรรค์สามองค์นั้นเที่ยงแท้

“และทูตสวรรค์อีกองค์หนึ่งซึ่งเป็นองค์ที่สามก็ตามไปประกาศด้วยเสียงดังว่า “ถ้าใครบูชาสัตว์ร้ายและรูปของมัน และรับเครื่องหมายของมันไว้ที่หน้าผากหรือที่มือของเขา คนนั้นจะต้องดื่มเหล้าองุ่นแห่งความกริ้วของพระเจ้าที่เทลงในถ้วยแห่งพระพิโรธของพระองค์โดยไม่เจือปนสิ่งใด และเขาจะถูกทรมานด้วยไฟและกำมะถัน ต่อหน้าบรรดาทูตสวรรค์บริสุทธิ์และเฉพาะพระพักตร์พระเมษโปดก”” – วิวรณ์ 14:9, 10 พระเจ้าทรงมีพระประสงค์ที่จะเห็นงานของข่าวทูตสวรรค์สามองค์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง พระองค์ทรงให้ประกาศกับผู้คนทุกคนให้ได้รับรู้ในเรื่องนี้ และในชั่วอายุนี้พระองค์ประสงค์ที่จะให้การประกาศของพระองค์สำแดงออกในคริสตจักรของพระองค์ พระองค์ทรงร้องขอให้ผู้ชอบธรรมของพระองค์รวมตัวกันอย่างเข้มแข็ง และนำข่าวสารนี้ออกไปประกาศอย่างมุ่งมั่นด้วยความเชื่อ ความมั่นใจในความจริง และด้วยความชอบธรรมของพระองค์ “พระเนตรของพระยาห์เวห์อยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี” – สุภาษิต 15:3 ให้เรามุ่งมั่นที่จะทำงานของเราให้ก้าวหน้าโดยดำเนินตามความรู้ขององค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าทรงเข้าใจถึงความตั้งใจของทุกๆคน พระองค์ทรงมองเห็นอยู่เสมอรวมถึงการทรยศของบางคนด้วย พระองค์ทรงแนะนำและตักเตือนให้กลับใจ พระองค์ทรงเห็นถึงความเอาแต่ใจตนเองของมนุษย์โดยมนุษย์มักที่จะทำในสิ่งที่ล้ำหน้าพระองค์ซึ่งพวกเขาไม่ได้คิดว่า “พระเนตรของพระยาห์เวห์อยู่ในทุกแห่งหน ทรงเฝ้าดูคนชั่วและคนดี” – สุภาษิต 15:3 พระเจ้าทรงมองเห็นถึงวาระสุดท้ายของแผ่นดินโลก พระองค์ทรงมองเห็นทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ พระองค์ทรงค้นดูในจิตใจของทุกคน เราจะยืนหยัดอย่างมั่นคงเมื่อยึดอยู่บนหลักการของพระคำของพระเจ้า จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงประทานความเข้มแข็งเพื่อให้เราได้พบกับประสบการณ์ใหม่ๆเสมอ ให้เรายังคงรักษาหลักการแห่งความชอบธรรมไว้ในชีวิตของเรา และดำเนินชีวิตไปด้วยความเข็มแข็งในพระนามของพระเจ้า เราจะต้องรักษาความเชื่ออันศักดิ์สิทธิ์นี้ไว้อย่างมั่นคงด้วยการเรียนรู้และพิสูจน์โดยพระวิญญาณของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในประสบการณ์ชีวิตของเราตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึงปัจจุบัน การกระตุ้นให้ประชาชนตื่นขึ้นนั้นคือสิ่งที่สำคัญ ในเวลาที่เราดำรงชีวิตอยู่นี้เป็นเวลาที่เราจะต้องนำพวกเขาให้กลับเข้ามาอยู่ภายใต้หลักการของพระคริสต์ เมื่อพระเจ้าทรงอยู่ในธรรมชาติของความเป็นมนุษย์นั้น พระองค์ได้ทรงเปิดเผยธรรมชาติของพระองค์จากภายใน ไม่มีสิ่งใดที่จะปกปิดการปรากฏชัดนี้ได้ ให้เราพิจารณาดูเถิดว่าการปฏิเสธตนเอง และการเสียสละของพระองค์นั้นเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ในพันธกิจโลกนี้เช่นไร เราจะต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองและเรียนรู้ที่จะเป็นแสงสะท้อนที่เหมือนกับพระองค์ เราไม่ต้องวิตกกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบในความชอบธรรมของเรา แต่ให้เราดำเนินชีวิตของเราภายใต้การทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แล้วชีวิตของเราจะกลายเป็นภาพสะท้อนของชีวิตของพระเจ้าอย่างแน่นอน Letter 66, August 28,…