พลังใจครอบครัว ตอนที่ 7
ความชื่อสัตย์และความใว้วางใจในครอบครัว
เรื่อง “ วงจรชีวิตครอบครัว” ของคนเรา ทั้งนี้ ได้มีนักวิจัยครอบครัวซึ่งแบ่งครอบครัวออกเป็นระยะต่างๆ ความจริงก็มีการแบ่งหลายแบบด้วยกัน แต่ละแบบมีสาระคล้ายคลึงกัน เพียงแต่แตกต่างกันในรายละเอียดบางอย่างเท่านั้น ในที่นี้เราจะมาพูดถึงวงจรชีวิตตามการแบ่งของ Carter และ Mc Goldrick ซึ่งแบ่งไว้ 6 ระยะ ในระยะแรก วงจรชีวิตครอบครัวเราเริ่มต้นเมื่อ สมาชิกคนหนึ่งแยกออกมาจากครอบครัวเดิม เพื่อเตรียมพร้อมที่จะเริ่มต้นครอบครัวใหม่ของตนเอง ในระยะนี้ความสัมพันธ์กับครอบครัวจะเปลี่ยนไป เริ่มออกห่างกันเพื่อที่เขาจะไปใช้ชีวิตตามลำพัง พึ่งตนเองและมีอิสรภาพที่จะดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายที่ตนเลือก บางคนอาจจะแยกตัวออกไปเช่าบ้านหรือคอนโดอยู่เองหรือรวมกับเพื่อน ในปัจจุบันการศึกษาเล่าเรียนค่อนข้างใช้เวลานาน จนทำให้ลูกต้องพึ่งพิงครอบครัวนานเกินไป นอกจากนี้การเลี้ยงดูลูกที่เป็นแบบปกป้องและตามใจมากเกินไป ไม่ได้สอนให้ลูกหัดคิดและทำด้วยตนเอง คนหนุ่มสาวจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันจึงไม่สามารถแยกไปจากครอบครัวได้เมื่อถึงวัยอันสมควร ส่วนบางครอบครัวก็เป็นไปในลักษณะตรงกันข้าม คือ พยายามผลักดันให้ลูกเป็นผู้ใหญ่เร็วเกินไป โดยที่ลูกยังไม่พร้อม เช่น ให้ลูกที่อายุยังน้อย ออกไปหางานทำเพื่อช่วยจุนเจือครอบครัว หรือให้แต่งงานออกไป เพื่อจะไม่ต้องเป็นภาระกับครอบครัว การที่ลูกออกจากบ้านเร็วเกินไป โดยไม่พร้อม จะทำให้ลูกรู้สึกเหมือนกับถูกปฏิเสธ อาจมีความรู้สึกโกรธและขมขื่นใจ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูกมีปัญหาได้ สิ่งที่ควรทำในระยะนี้คือ ให้ครอบครัวมีความสัมพันธ์กับลูกอย่างเหมาะสม แบบผู้ใหญ่ต่อผู้ใหญ่ ส่งเสริม ให้ลูกมีความเป็นตัวของตัวเอง รับผิดชอบตนเองได้อย่างเต็มที่ และ พร้อมที่จะรับผิดชอบครอบครัวใหม่ ของตนเองในอนาคต ช่วยให้ลูกแยกออกจากครอบครัวได้โดยไม่เกิดการตัดขาดทางอารมณ์ ช่วยให้ลูกมีความผูกพันที่เหมาะสมกับครอบครัวเดิม เพื่อที่จะสามารถสร้างความผูกพันที่เหมาะสมกับครอบครัวใหม่ได้ต่อไป …
คำว่า “ครอบครัว” ภาษาอังกฤษ ใช้คำว่า “FAMILY” ความเป็นครอบครัวนั้น มีความสำคัญมากต่อมนุษย์ ในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ได้บอกถึงความจริวเกี่ยวกับครอบครัว ว่า พระเจ้าทรงได้ทรงสถาปนาครอบครัวของมนุษย์ขึ้นในโลกเป็นสถาบันแรก แม้ว่าเป็นหน่วยเล็กที่สุด แต่ มีความสำคัญมากที่สุดในสังคมของมนุษย์ในโลกนี้ ครอบครัวมีความสำคัญมากถึงเพียงนี้ แล้วเราจะสร้างหรือดำเนินชีวิตครอบครัวอย่างไร เพื่อให้ครอบครัวมีความมั่นคง มีความสุขและประสบความสำเร็จ จงระลึกไว้เสมอว่า… “ ไม่มีความสำเร็จใดๆในโลก ชดเชยความล้มเหลวของครอบครัว” การที่เราจะสร้างครอบครัวให้มั่นคงและมีความสุขได้นั้น มีแนวทางที่สำคัญอยู่ 6 ประการ ที่เราต้องปฏิบัติ ( ขออนุญาตใช้คำภาษาอังกฤษ 6 คำ จากคำว่า “ F A M I L Y ” ซึ่งแปลว่า “ครอบครัว” ) F : Forgiveness ( การยกโทษ) ครอบครัวที่มีมั่นคงและมีความสุข จะต้องมีการยกโทษหรือให้อภัยต่อกันโดยไม่มีเงื่อนไข การยกโทษให้กันและกันโดยไม่มีเงื่อนไข เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ ที่จะดำรงรักษาครอบครัวให้มั่นคง และยั่งยืนนาน มันไม่สำคัญว่า…
ตามที่เราทราบกันดีว่า ในปัจจุบัน มีปัญหาสังคมมากมายเกิดขึ้น หลายรูปแบบ หลายด้าน และนับวันจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อวิเคราะห์กันลึกลงไปแล้ว เราจะพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่เกิดมาจากปัญหาครอบครัวนั่นเอง เพราะครอบครัวขาดความรัก ความอบอุ่น ขาดความเข้าใจ รวมทั้งขาดการอบรมสั่งสอนบุตรหลานในทางที่ถูกที่ควร ครอบครัวเป็นหน่วยพื้นฐานของสังคม คนเราไม่สามารถพัฒนาไปได้ดีและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้หากปราศจากครอบครัวที่ดี ครอบครัวไม่ได้แต่มีความสำคัญต่อการอยู่รอดของคนเท่านั้น แต่ยังเป็นสถาบันที่จำเป็นอย่างยิ่ง ในการพัฒนาคนให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์ โดยผ่านประสบการณ์แห่งการอยู่ร่วมกัน มีความเข้าใจที่ดีต่อกัน มีการแบ่งปันกัน และ ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน เมื่อทารกเกิดมา ยังไม่มีบุคลิกลักษณะเฉพาะตัว มีเพียงศักยภาพที่ได้จากพันธุกรรมเท่านั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเป็นบุคคลของทารกนั้นก็จะพัฒนาขึ้นตามลำดับ จากกระบวนการที่ทารก มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อ-แม่ และ กับสมาชิกคนอื่นๆในครอบครัว เขาจะเกิดการเรียนรู้ และสั่งสมประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้นซึ่งนำไปสู่การหล่อหลอมเอกลักษณ์เฉพาะตัวในที่สุด ครอบครัวยังเป็นหน่วยพื้นฐานแห่งการแลกเปลี่ยน สิ่งสำคัญ ที่แลกเปลี่ยนกัน ก็คือ “ความรัก” โดยเริ่มต้นจาก พ่อ-แม่ ซึ่งเป็นผู้ให้ และลูกๆซึ่งเป็นผู้รับ ถ้าการแลกเปลี่ยนความรักกัน เป็นไปในบรรยากาศที่น่าพึงพอใจ มีทั้งการให้ และการรับในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่ละคนในครอบครัวก็จะพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่น จะเกิดเป็นความรู้สึกไว้วางใจคนในครอบครัว มีความเอื้ออาทรต่อกัน และพร้อมที่จะเสียสละให้แก่กัน แต่ถ้าสิ่งเหล่านี้ ดำเนินไปอย่างไม่เหมาะสม ก็จะก่อให้เกิด ความรู้สึกทุกข์ใจ คับข้องใจ …
เราจะมีครอบครัวแบบคริสเตียนได้ ก็ต่อเมื่อคู่สมรส ต่างก็เป็นคริสเตียนบังเกิดใหม่ เพราะพระเยซูคริสต์เท่านั้น ที่ทำให้การสมรสเป็นแบบคริสเตียนได้ ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ทำกันอยู่โดยทั่วไป การสมรสจะเป็นแบบคริสเตียนได้ ทั้งชายและหญิงต้องมีพระเยซูคริสต์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคู่สมรสนั้นเป็นส่วนตัว การแต่งงาน ต้องมีความรักแบบพระเจ้า เป็นฐานของการพัฒนาครอบครัว หากฐานอ่อนแอ ครอบครัวก็อ่อนแอด้วย พระเยซูคริสต์ต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคู่สมรสหากจะให้บ้านมีบรรยากาศของครอบครัวแบบคริสเตียน คริสเตียนหลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ตนมีครอบครัวแบบคริสเตียน ทั้งๆที่ ความเป็นจริงนั้น พระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นศีรษะ หรือศูนย์กลางชีวิตของคนในครอบครัว นั้นเลย อีกประการหนึ่ง ครอบครัวแบบคริสเตียนที่แท้จริงต้องยอมรับสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์โดยใช้เป็นคู่มือการดำเนินชีวิตประจำบ้าน พระวจนะของพระเจ้า ต้องอยู่เหนือวัฒนธรรม และ ประเพณีของบ้าน หรือของตระกูล ถ้ามีการปฏิบัติใดๆในบ้านขัดแย้งกับคำสอนของพระคัมภีร์ คู่สมรสหรือครอบครัวนั้น จะต้องใช้พระคริสตธรรมคัมภีร์ชี้ขาด แนวทางเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น มาดูทัศนะการสมรสที่อยู่นอกเหนือพระเยซูคริสต์ที่เราพบเห็นกันบ่อยๆในสังคม โดยเปรียบเทียบ กับ การสมรสในทัศนะของคริสเตียน ดังนี้คือ บางคน การสมรส คือ 1+1 = 2 ความสัมพันธ์ในทัศนะนี้ หมายความว่า ผู้ชาย และผู้หญิง ต่างก็มีโลกของตัวเอง ที่ตนจะอยู่ จะทำ…
“ อย่าให้เรารักกันด้วยคำพูด และ ด้วยปากเท่านั้น แต่จงรักกันด้วยการกระทำ และความจริง ” – 1 ยน. 3:18 ความรักเป็นสิ่งพิเศษและล้ำค่ายิ่งใหญ่ เพราะมันผูกพันชีวิตคู่เข้าด้วยกัน ผูกพันชีวิตพ่อแม่ลูก หรือแม้กระทั่ง ความรักที่มีต่อเพื่อนๆ ต่อสถาบัน และต่อบุคคลอื่นๆ การวิจัยพบว่า ความรักเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชีวิตคู่ คู่แต่งงานที่มีความรักต่อกันในระดับสูง จะมีชีวิตที่น่าพึงพอใจในระดับสูงด้วย แม้จะมีปัญหาเกิดขึ้น การแก้ปัญหาก็จะประสบความสำเร็จมากกว่าคู่แต่งงานที่มีความรักจืดจางลงแล้ว “ ความรักเป็นสิ่งพิเศษ ยิ่งให้ออกไป ก็ยิ่งมีมากขึ้น ” จากการสำรวจความคิดเห็นของคู่แต่งงานพบว่า ความรักถูกเลือกให้เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการทำให้ชีวิตแต่งงานมีความสุข ไม่ใช่ SEX หรือเงินทอง ตามที่หลายคนคิด เราทุกคนรู้ว่า ความรักเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่น่าเสียดายที่เราไม่ค่อยเข้าใจความรักเท่าไรนัก และไม่ค่อยได้สำแดงความรักออกเป็นรูปธรรมแก่กันและกัน (1 ยน.3:18) หาก เราไม่ได้สนใจใช้ความรักในชีวิตแต่งงานเท่าที่ควรจะเป็น นานวันเข้าความรักก็กลายเป็นสิ่งตรงข้ามได้คือ ความเกลียด และแทนที่จะสร้างสรรค์ชีวิตครอบครัวให้ดีขึ้น มันกลับทำลายชีวิตความสัมพันธ์ในครอบครัวลงอย่างน่าเสียดาย ความรักที่มีวุฒิภาวะ ( Mature Love) คืออะไร ? ความรักที่มีวุฒิภาวะคือ…
ชาย-หญิงเกือบทุกคน มักเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของความรักและมีอาการที่เราเรียกว่า “ตกหลุมรัก” (Fall in Love) อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จนกระทั่งได้แต่งงานกัน มีชีวิตเป็นสามี-ภรรยากัน และได้อยู่กินด้วยกันฉันท์ครอบครัว แต่อนิจจา! น่าเสียดายที่หลังแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ก็พบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจาก “หลุมรัก” หรือ “ความเป็นคู่รัก” ได้สูญหายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้ว เหตุใดคู่แต่งงานจึงสูญเสีย “ความเป็นคู่รัก” ที่มีต่อกัน สามีภรรยามากมาย เมื่อได้อยู่กินด้วยกันและใช้ชีวิตร่วมกันไปได้สักระยะหนึ่ง พวกเขามักจะพบว่า ความรู้สึก “ตกหลุมรัก” ได้อันตรธานไปจากความสัมพันธ์ของพวกเขา ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ สามีภรรยามากมายคิดว่า ประสบการณ์ครั้งที่ยังเป็น “คู่รัก” กันอยู่นั้น เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่หลอกลวง และเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น หรือไม่ก็ เป็นความผิดพลาดของชีวิตที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอยู่ทุกวันนี้ แต่ความจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราไม่จำเป็นต้องก้มหน้าก้มตารับความทุกข์ใจจากชีวิตรักของเราเลย การที่เราได้กระเด็น “ออกจากหลุมรัก” เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่สำคัญ ก็คือ 1. มีปัญหาในการสื่อสัมพันธ์ คือ ความไม่เข้าใจกัน ไม่รู้จะสื่อความหมายที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนแต่งงานไม่ได้ตรวจสอบระบบสื่อสัมพันธ์กันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อมาเป็นสามีภรรยากันแล้วจึงพบว่า การสื่อสัมพันธ์ ที่มีอยู่ไม่มีพื้นฐานที่ดีเพียงพอ 2. มีปัญหาบุคคลที่สาม คือ บุคคลอื่นๆ…
AGAPE (อากาเป) คือ ความรักแบบพระเจ้า มีลักษณะดังนี้คือรักที่บริสุทธิ์ รักที่ไม่มีเงื่อนไข รักที่ไม่หวังสิ่งตอบแทน รักที่ให้คุณค่าผู้อื่น รักที่เห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่น รักที่ยอมเสียสละ ขอนำ คำว่า “AGAPE” ในภาษาอังกฤษ มาใช้เป็น หลัก 5 ประการ เพื่อการดำเนินชีวิตตามวิถีของพระเจ้า ซึ่งจะครอบคลุม ความคิด อารมณ์ และการกระทำ ที่จะช่วยทำให้ครอบครัวของเรา เป็นอิสระจากความทุกข์ เพราะความกังวลใจ และจะช่วยทำให้ชีวิตครอบครัวของเรา มีความสมดุล A = Acknowledge คือ การรับรู้ ถึงคุณค่ายิ่งใหญ่แห่งความรักของพระเจ้าเสมอ ไม่ว่าเราจะคิด หรือทำอะไรอยู่ เราต้องรับรู้ว่า พลังแห่งความรักพระเจ้าทรงคุณค่ายิ่งใหญ่ ทรงพระชนม์อยู่ และทรงอยู่กับเราเสมอ เราควรจำนนชีวิตให้พระองค์เข้ามามีส่วนร่วมในครอบครัวทุกด้าน เพื่อเราจะดำรงชีวิตอยู่ในน้ำพระทัยพระเจ้าเหมือนอย่างพระเยซู ดังที่พระองค์ทรงอธิษฐานต่อพระบิดาว่า “…ถ้าพระองค์พอพระทัย…อย่าให้เป็นไปตามใจข้าพระองค์ แต่ให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์เถิด” – ลูกา 22:42 เพราะ ความรักที่เรามีต่อพระเจ้า คือ การทำตามพระทัยของพระบิดาในสวรรค์ (1 ยน.2:15-17) “อย่ารักโลกหรือสิ่งของในโลก ถ้าใครรักโลก ความรักของพระบิดาไม่ได้อยู่ในผู้นั้น เพราะว่าทุกสิ่งที่อยู่ในโลก คือตัณหาของเนื้อหนังและตัณหาของตา และความทะนงในลาภยศไม่ได้มาจากพระบิดา…