มาระโก 7 : 21 – 23 “เพราะว่าจากภายในมนุษย์คือจากใจมนุษย์ มีความคิดชั่วร้าย การล่วงประเวณี การลักขโมย การฆ่าคน การผิดผัวผิดเมีย การโลภ…….. สารพัดการชั่วนี้เกิดมาจากภายใน และทำให้มนุษย์เป็นมลทิน”
อพยพ 20 : 17 “อย่าโลภครัวเรือนของเพื่อนบ้าน อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค ลาของเขา หรือสิ่งใดๆซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน”
ปฐมกาล 3 : 6 เมื่อหญิงนั้นเห็นว่า ต้นไม้นั้นน่ากิน และน่าดูด้วย ทั้งเป็นต้นไม้ที่มุ่งหมายจะให้เกิดปัญญา จึงเก็บผลไม้นั้นมากิน แล้วส่งให้สามีกินด้วย เขาก็กิน
เป้าหมายของซาตานในการทำลายมนุษย์นั้นก็คือ ความคิด เมื่อซาตานล่อลวงให้มนุษย์เห็นถึงประโยชน์เฉพาะหน้าที่จะได้รับจากสิ่งนั้นแล้ว ความคิดของมนุษย์ก็จะถูกชักจูงให้เคลื่อนคล้อยไปในทางที่ตกต่ำ เพราะเหตุที่ว่าพระเจ้าทรงสร้างมนุษยฺ์มาให้มีอิสระในการที่จะเลือก ที่จะทำ หรือไม่กระทำ ในสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ได้ ดังนั้นความ “อยากรู้อยากเห็น” ความปรารถนาที่จะได้รับในสิ่งที่ยังไม่ได้เป็นของตน ก็จะเกิดขึ้นตามมา
จิตใจเป็นส่วนที่สามารถสำแดงถึงพระฉายาของพระเจ้าได้ และพระเจ้าจะทรงติดต่อกับท่านโดยผ่านทางจิตวิญญาณ แต่เมื่อจิตใจของท่านเป็นมลทินพระเจ้าก็ไม่สามารถติดต่อสื่อสารกับท่านได้อีกต่อไป พระองค์ไม่สามารถที่จะเปิดเผยน้ำพระทัยของพระองค์ต่อท่านได้อีก ซาตานได้หลอกลวงให้มนุษย์เชื่อว่า “สิ่งมันบอกนั้น ดีกว่า ที่พระเจ้ามอบไว้ให้” คำพูดล่อลวงของซาตานกระตุ้นให้มนุษย์เกิดความรู้สึกต้องการในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเองให้มาเป็นของตนเอง ความโลภคือความรู้สึกอยากมี, อยากได้, ในสิ่งที่ไม่ใช่ของตนเองให้มาเป็นของตน
เมื่อมนุษย์เริ่มสงสัยในคำสัญญาของพระเจ้า จิตใจของเขาก็หันไปจากเป้าหมายของพระองค์ และเปิดโอกาสให้ความบาปเข้ามายึดครองความคิดและนำไปสู่การกระทำที่ล่วงละเมิด เอวาคิดว่า “ต้นไม้นั้นทำให้เกิดปัญญา” ซึ่งเขาเองอาจจะคิดว่า “ปัญญา” เป็นสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงปิดบังเอาไว้ จึงทำให้เอวาสงสัยในพระสัญญาของพระเจ้า และกลายเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้าเสียเอง การที่มนุษย์ขาดความไว้วางใจในพระเจ้า และดำเนินชีวิตตามทางเลือกของตนเองโดยไม่นำพาต่อพระสุรเสียงของพระเจ้า ในที่สุดแล้วตัวเขาเองก็จะกลายเป็นเครื่องมือของซาตาน และเป็นผู้ต่อต้านพระเจ้าเสียเอง
ความไว้วางใจในพระสัญญาของพระเจ้าเป็นหนทางเดียวเท่านั้นที่จะนำให้ชีวิตของผู้เชื่อ มีชีวิตอยู่ได้ โดยปราศจากความวิตกกังวล โลกแห่งความบาปเป็นสถานที่ที่กำลังจะทำลายตัวเอง และทุกสิ่งทุกอย่างให้เสื่อมสูญไป อาคารบ้านเรือน, ที่ดิน, ทรัพย์สินเงินทอง, ความรู้, ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังจะไปสู่ความเสื่อมสลาย แต่มนุษย์ตั้งแต่อดีตเป็นต้นมาพยายามดิ้นรนเพียงเพื่อให้รับในสิ่งที่เป็นอนิจจังของโลกนี้ พระเยซูทรงตรัสว่า “เพราะถ้าผู้ใดจะได้สิ่งของสิ้นทั้งโลก แต่ต้องเสียชีวิตของตน ผู้นั้นจะได้ประโยชน์อะไร” มาระโก 8 : 36
ความโลภไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติปกติของมนุษย์ แต่เกิดจากแรงกระตุ้นของความบาปที่ปิดซ่อนอยู่ภายในใจของเรา ถ้าไม่มีแรงกระตุ้นขึ้นมาภายในจิตใจ จะไม่เกิดความโลภขึ้น อาจจะมองว่าความโลภในด้านบวกก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่น มีความปรารถนาที่จะเป็นคนดีให้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หรือ ปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้อื่นให้ได้รับความสุขหรือสิ่งที่ดียิ่ง ๆ ขึ้น (นี่ก็คือความโลภประเภทหนึ่ง แต่เป็นไปในด้านดี) ตรงข้ามกับความปรารถนาในด้านลบซึ่งเป็นความโลภที่เกิดจากความบาปของจิตใจของมนุษย์
การเติมเต็มชีวิตและความรู้สึกของมนุษย์ด้วยพระเจ้าจะช่วยให้มนุษย์พ้นจากความปรารถนาในด้านลบ เป็นคุณลักษณะที่เต็มล้นไปด้วยคุณความดีของพระเจ้าทำให้ชีวิตของมนุษย์ได้รับความสงบเย็น และมีสันติสุขที่เกิดขึ้นในจิตใจ “เรามอบสันติสุขไว้ให้แก่ท่านทั้งหลาย สันติสุขของเราที่ให้แก่ท่านนั้น เราให้ท่านไม่เหมือนโลกให้ อย่าให้ใจของท่านวิตก และอย่ากลัวเลย” ยอห์น 14 : 27 เพราะเมื่อพระเยซูคริสต์เสด็จกลับมาอาณาจักรแห่งสวรรค์ และความสุขที่เกินกว่าที่จะบรรยายได้เป็นสิ่งที่พระเจ้าได้ตระเตรียมไว้ให้แก่พลไพร่ของพระองค์ เพราะเมื่อถึงเวลานั้น เราจะไม่ต้องวิตกกังวลในสิ่งใด ความโศกเศร้า ความทะยานอยาก ความเลวร้ายทั้งหลายจะหมดสิ้นไป เราทุกคนจะอยู่พร้อมหน้ากันในโลกใหม่ของพระองค์






