พระเยซูทรงได้ยินผู้ที่สำนึกผิด

“จง​ระวัง​ให้​ดี อย่า​ดู​หมิ่น​ผู้​เล็ก​น้อย​เหล่า​นี้​สัก​คน​หนึ่ง เพราะ​เรา​บอก​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ทูต​สวรรค์​ของ​พวก​เขา​คอย​เฝ้า​อยู่​เฉพาะ​พระ​พักตร์​พระ​บิดา​ของ​เรา​ผู้​สถิต​ใน​สวรรค์​เสมอ” . Matthew 18:10. เมื่อม่านที่ปิดบังพระรัศมีภาพแห่งพระสิริของพระคริสต์ได้ถูกเปิดออก  พระผู้ช่วยให้รอดของเราได้ทรงสำแดงพระองค์ในฐานะองค์ผู้สูงสุดและองค์บริสุทธิ์ พระองค์ไม่ได้แยกพระองค์อยู่อย่างโดดเดี่ยว  หรือไม่สนใจผู้ซึ่งปรารถนาความช่วยเหลือแต่อย่างใด  แต่ทว่ามีทูตสวรรค์ผู้บริสุทธิ์ล้อมรอบพระองค์อยู่นับล้าน และทูตสวรรค์ทุกองค์เหล่านั้นก็พร้อมที่จะกระทำให้พันธกิจของพระองค์ที่มีต่อมนุษย์นั้นสำเร็จลงให้จงได้ องค์พระผู้ช่วยให้รอดทรงอยู่ในท่ามกลางคำร้องทูลของมนุษย์ทุกๆ คน  พระองค์ทรงออกมาจากบัลลังก์ที่ประทับของพระองค์เพื่อมาฟังคำร้องทูลของบรรดาประชากรของพระองค์  จิตใจของพระองค์เต็มล้นไปด้วยความรักและความเมตตาต่อพวกเขา  แต่ทว่าสิ่งที่นำความโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่มาสู่พระองค์ก็คือ  เหล่าผู้ซึ่งไม่เข้าใจถึงน้ำพระทัยของพระองค์ที่เรียกร้องให้พวกเขาหันคืนกลับมาจากการที่ไม่ต้องถูกพิพากษาด้วยพระคำของพระองค์  นับเดือนนับปีที่ผู้คนปรารถนากระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ยอมรับคำแนะนำของพระองค์ เราจะต้องไม่เศร้าเสียใจที่พระผู้ช่วยให้รอดของเราดูเหมือนจะรักใครบางคนมากกว่าอีกคนหนึ่ง  ในครั้งหนึ่งเหล่าสาวกของพระองค์ได้มาพบกับพระเยซูคริสต์และได้ตั้งคำถามว่า  “ผู้ใดจะเป็นใหญ่ในสวรรค์?”  แล้วพระเยซูคริสต์ได้เรียกเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมาพาพระองค์แล้วให้เด็กคนนั้นนั่งลงท่ามกลางเหล่าสาวกนั้นแล้วบอกว่า “เรา​บอก​ความ​จริง​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ว่า ถ้า​พวก​ท่าน​ไม่​กลับใจ​และ​เป็น​เหมือน​เด็ก​เล็กๆ ก็จะ​เข้า​ใน​แผ่น​ดิน​สวรรค์​ไม่​ได้​เลย”  (มัทธิว 18:1-3)…. เราทั้งหลายได้มีส่วนร่วมในพันธกิจอันศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ เราได้ติดตามพระผู้ช่วยให้รอดของเราอย่างใกล้ชิด  พระองค์จะทรงนำพาเราไปยังที่สูง  และสูงขึ้นไปในความจริง  “ท่านทั้งหลายจะได้เห็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้”   พระองค์ได้ทรงตรัส  “จะมีเพียงแต่ผู้ที่ตั้งใจอย่างจริงจังเท่านั้น” พระองค์ทรงเปิดหนังสือที่บันทึกนามของผู้ที่ติดตามพระองค์อยู่ในนั้น  และรายชื่อของพวกเขาได้ถูกบันทึกอยู่โดยที่เป็นรายชื่อของผู้ไม่ซื่อสัตย์ต่อพระองค์ และผู้ที่กระทำตามพระบัญญัติของพระองค์อยู่ในนั้น  ในทุกๆ วันบันทึกเหล่านี้ได้ถูกสำแดงให้เห็นถึงการกระทำของบุคคลเหล่านั้นอย่างชัดแจ้ง  ซึ่งพระองค์ได้ทรงพยายามช่วยเหลือคนเหล่านี้ด้วยความรัก  ความเมตตา  ความอ่อนโยน  ความสุภาพ และความทะนุถนอมตลอดมา พระคริสต์ทรงได้ยินทุกๆ คำของบุตรของพระองค์ที่ทูลต่อพระองค์  พระองค์ทรงรู้เมื่อเขาเหล่านั้นกำลังมีจิตใจที่ว้าวุ่นกับการงานของเขาเพราะผู้คนที่อยู่รอบข้าง,  เพราะการงานอันยากลำบากของเขา  หรือแม้กระทั่งภาระงานอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาจะต้องแบกรับภาระไป  ให้เราช่วยให้ผู้เขายังอยู่ในความบาปนั้นได้เปิดดวงตาของตนขึ้นเขาจะได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดกำลังเข้ามาใกล้เขา  แม้ว่าเขาจะถูกกล่าวร้ายจะถูกตำหนิต่อหน้าพระองค์  และแม้แต่เขาจะมีความสงสัยมากเพียงใด …