แหวน-ความรัก-การแต่งงาน-พระคัมภีร์

การแต่งงาน ต้องมีความรักแบบพระเจ้า

เราจะมีครอบครัวแบบคริสเตียนได้ ก็ต่อเมื่อคู่สมรส ต่างก็เป็นคริสเตียนบังเกิดใหม่ เพราะพระเยซูคริสต์เท่านั้น ที่ทำให้การสมรสเป็นแบบคริสเตียนได้   ไม่ใช่การประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่ทำกันอยู่โดยทั่วไป  การสมรสจะเป็นแบบคริสเตียนได้ ทั้งชายและหญิงต้องมีพระเยซูคริสต์ เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า และเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคู่สมรสนั้นเป็นส่วนตัว การแต่งงาน ต้องมีความรักแบบพระเจ้า เป็นฐานของการพัฒนาครอบครัว          หากฐานอ่อนแอ ครอบครัวก็อ่อนแอด้วย    พระเยซูคริสต์ต้องเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดในความสัมพันธ์ของคู่สมรสหากจะให้บ้านมีบรรยากาศของครอบครัวแบบคริสเตียน   คริสเตียนหลายคนอาจเข้าใจผิดว่า ตนมีครอบครัวแบบคริสเตียน       ทั้งๆที่ ความเป็นจริงนั้น   พระเยซูคริสต์ไม่ได้เป็นศีรษะ หรือศูนย์กลางชีวิตของคนในครอบครัว นั้นเลย อีกประการหนึ่ง ครอบครัวแบบคริสเตียนที่แท้จริงต้องยอมรับสิทธิอำนาจของพระคัมภีร์โดยใช้เป็นคู่มือการดำเนินชีวิตประจำบ้าน พระวจนะของพระเจ้า ต้องอยู่เหนือวัฒนธรรม และ ประเพณีของบ้าน หรือของตระกูล ถ้ามีการปฏิบัติใดๆในบ้านขัดแย้งกับคำสอนของพระคัมภีร์ คู่สมรสหรือครอบครัวนั้น จะต้องใช้พระคริสตธรรมคัมภีร์ชี้ขาด แนวทางเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น        มาดูทัศนะการสมรสที่อยู่นอกเหนือพระเยซูคริสต์ที่เราพบเห็นกันบ่อยๆในสังคม โดยเปรียบเทียบ กับ การสมรสในทัศนะของคริสเตียน  ดังนี้คือ บางคน การสมรส คือ 1+1 = 2 ความสัมพันธ์ในทัศนะนี้ หมายความว่า    ผู้ชาย และผู้หญิง ต่างก็มีโลกของตัวเอง ที่ตนจะอยู่  จะทำ…

ครอบครัว-คู่รัก-สามี-ภรรยา

ความเป็นคู่รักของสามีภรรยา

ชาย-หญิงเกือบทุกคน มักเคยผ่านประสบการณ์เกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึกของความรักและมีอาการที่เราเรียกว่า “ตกหลุมรัก” (Fall in Love) อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต จนกระทั่งได้แต่งงานกัน มีชีวิตเป็นสามี-ภรรยากัน และได้อยู่กินด้วยกันฉันท์ครอบครัว แต่อนิจจา! น่าเสียดายที่หลังแต่งงานกันแล้ว สามีภรรยาส่วนใหญ่ก็พบว่า คุณทั้งสองได้กระเด็นออกจาก “หลุมรัก” หรือ “ความเป็นคู่รัก” ได้สูญหายไปจากชีวิตของเขาเสียแล้ว เหตุใดคู่แต่งงานจึงสูญเสีย “ความเป็นคู่รัก” ที่มีต่อกัน สามีภรรยามากมาย เมื่อได้อยู่กินด้วยกันและใช้ชีวิตร่วมกันไปได้สักระยะหนึ่ง พวกเขามักจะพบว่า ความรู้สึก “ตกหลุมรัก” ได้อันตรธานไปจากความสัมพันธ์ของพวกเขา ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ สามีภรรยามากมายคิดว่า ประสบการณ์ครั้งที่ยังเป็น “คู่รัก” กันอยู่นั้น เป็นความรู้สึกทางอารมณ์ที่หลอกลวง และเป็นการเสแสร้งทั้งสิ้น หรือไม่ก็ เป็นความผิดพลาดของชีวิตที่ต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมอยู่ทุกวันนี้ แต่ความจริงแล้ว หาเป็นเช่นนั้นไม่ เราไม่จำเป็นต้องก้มหน้าก้มตารับความทุกข์ใจจากชีวิตรักของเราเลย การที่เราได้กระเด็น “ออกจากหลุมรัก” เกิดจากสาเหตุหลายประการ ที่สำคัญ ก็คือ 1. มีปัญหาในการสื่อสัมพันธ์ คือ ความไม่เข้าใจกัน ไม่รู้จะสื่อความหมายที่แต่ละฝ่ายต้องการให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับรู้ได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนแต่งงานไม่ได้ตรวจสอบระบบสื่อสัมพันธ์กันอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อมาเป็นสามีภรรยากันแล้วจึงพบว่า การสื่อสัมพันธ์ ที่มีอยู่ไม่มีพื้นฐานที่ดีเพียงพอ 2. มีปัญหาบุคคลที่สาม คือ บุคคลอื่นๆ…