สื่อสารสู่ความหวานชื่นของชีวิตคู่”…..3

ทำไมเราถึงคุยกันไม่ได้ อุปสรรคของการสื่อสารสี่ประการ การสื่อสารที่ต่างกันห้าระดับ ความสัมพันธ์ระหว่างการยอมรับตนเอง การยอมรับคนอื่นและการสื่อสารกับคนอื่น ตามคำสอนของพระคัมภีร์ การสื่อสารกับพระเจ้าเป็นตัวจักรสำคัญของการสื่อสารกับคนอื่น วิธีการปรับปรุงการสื่อสารกับพระเจ้าและคนอื่นให้ดีขึ้น            มีสาเหตุหลายอย่างทำให้คนเราไม่สามารถเข้าใจกัน หรือคนอื่นไม่สามารถเข้าถึงตัวเรา พระคัมภีร์ให้หลักคำสอนเพื่อช่วยเราสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ               “แต่ฉันไม่อยากพูดด้วยแล้ว” คุณเคยพูดหรือได้ยินคู่สมรสคุณพูดอย่างนี้ไหม เวลาหมดความอดทนและไม่รู้จะพูดต่อไปอย่างไรดี มีสาเหตุหลายอย่างทำให้คนเราไม่สามารถเข้าใจกัน  หรือคนอื่นไม่สามารถเข้าถึงตัวเรา  พระคัมภีร์ให้หลักคำสอนเพื่อช่วยเราสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ   เหตุที่ไม่มีการสื่อสารกัน  ทำไมบางคนไม่ยอมพูดจากัน  เขาอาจมีสิ่งกีดขวางหรือจุดอ่อนคือ บางคนขาดความสามารถที่จะพูดจาสื่อสารกับคนอื่น เพราะเขาไม่เคยเรียนรู้การแบ่งปันความคิดเห็นกับคนอื่นอย่างเปิดเผยมาก่อน จึงยากที่จะพูด บางคนกลัวการเปิดเผยความคิดหรือความรู้สึกของเขาเพราะกลัวถูกปฏิเสธ กลัวช้ำใจเมื่อคนอื่นขัดแย้งจึงปกป้องตนด้วยการเฉยเสีย เมื่อคู่สมรสไม่พูดกันจุดบกพร่องไม่ได้ขึ้นกับความสามารถในการสื่อสาร แต่กลายเป็นปฏิเสธจะสื่อสารกันต่างหาก ทำให้การสื่อสารเกิดช่องว่าง  บางคนมีท่าทีว่าการพูดคุยกันไร้ประโยชน์ จะคุยทำไม เมื่อเขาไม่สามารถเข้าใจอีกฝ่ายหนึ่งได้แล้วก็ เลิกความพยายามเสียเลย4 บางคนตีค่าตนเองต่ำ คิดว่าตนเองไม่มีความสำคัญ ความคิดไม่ดี ขาดความมั่นใจ จึงมักเก็บความรู้สึกและความคิดเห็นไว้ในใจ การจะบอกว่าอุปสรรคการสื่อสารอยู่ที่ไหน  บางครั้งก็ง่ายแต่บางครั้งก็ยาก  เนื่องจากมีเหตุผลที่ซับซ้อน  คู่สมรสจึงต้องทบทวนและพิจารณาให้ดีว่า  อะไรเป็นสาเหตุที่แท้จริง คุณไม่สื่อสารเพราะเหตุใด ก. ไม่สามารถพูดกับคนอื่นได้ ข. กลัวที่จะเปิดเผยความคิดของตัวเอง ค. รู้สึกไม่มีประโยชน์ ง. ความคิดฉันไม่มีคุณค่า  …

สื่อสารสู่ความหวานชื่นของชีวิตคู่”… 2.

เราจะพิจารณาพระคัมภีร์ต่อไป  สุภาษิต 29:20  “เจ้าเห็นคนปากไวหรือ  ยังมีหวังในคนโง่มากกว่าเขา”  สามีหรือภรรยาที่ชอบพูดโพล่งออกไปโดยไม่ยั้งคิดคำนึงถึงผลจะเกิดขึ้นจะไม่เป็นผลเสียแน่นอน สุภาษิต 25:11  “ถ้อยคำที่พูดเหมาะ ๆ จะเหมือนลูกท้อทองคำล้อมเงิน  มีอีกตอนกล่าว่า  “ที่จะตอบให้เมาะสมก็เป็นความชื่นบานแก่คน  คำเดียวที่ถูกกาละก็ดีจริง ๆ”  ยังจำความรู้สึกที่สบายอกสบายใจตอนที่คุณทั้งสองคุยกันแบบเสริมสร้างกันได้ไหม  ต่างฝ่ายต่างพยายามสรรหาคำไพเราะ เหมาะสมมาสนทนากัน  ผลก็คือทั้งสองได้รับประโยชน์มาก สำหรับการฟังก็มีบอกไว้ว่า “ถ้าคนใดคนหนึ่งตอบก่อนที่เขาได้ยิน  ก็เป็นความโง่และความอับอายของเขา”  ตามพระคัมภีร์ข้อนี้การฟังหมายถึงการใช้เวลาทำความเข้าใจสถานการณ์ หรือเรื่องราวอย่างชัดเจนก่อนที่จะตัดสินหรือสรุปความคำใด ๆ   ยากอบ 1:19  “ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้าจงทราบข้อนี้  จงให้ทุกคนไวในการฟัง  ช้าในการพูด  ช้าในการโกรธ”   พวกเราส่วนมากพร้อมที่จะพูด  แต่ไม่พร้อมจะฟัง  แต่กุญแจดอกสำคัญของคู่สมรสที่ประสบความสำเร็จคือ  การมีใจปรารถนาจะฟังคู่สมรสของตน   ทั้งสองฝ่ายต้องพยายามฟังซึ่งกันและกัน จริงอยู่การฟังต้องใช้ความพยายามมาก  แต่เวลาเดียวกันมันปลดปล่อยเราให้หลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัว  ทำให้รับรู้ความรู้สึก ความต้องการของอีกฝ่าย  หลายครั้งที่การสื่อสารในชีวิตสมรสล้มเหลว  เพราะแต่ละคนเอาแต่หมกมุ่นสนใจความคิดเรื่องของตนเองอย่างเดียว  จนไม่สามารถเข้าใจคู่สมรสได้  หากทั้งสองเริ่มฟังกันและกัน      การอัศจรรย์จะเกิดขึ้นแน่  นั่นคือต่างมีความรู้สึกและความเข้าใจที่ดีต่อกัน ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของการฟังคือ  การเดาเอาเองว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอะไร  ขณะที่คนพูดยังพูดไม่จบประโยค  นั่นไม่ถูกต้อง      หลายครั้งเขาไม่ได้หมายความอย่างที่คุณคิดสักนิดเดียว  ต้องระวังอย่าพูดแทรกหรือขัดจังหวะ  ขอให้อีกฝ่ายพูดจบก่อน เพื่อความเข้าใจ   จงสื่อสารที่ดีต่อกัน…